โรงเรียนมงฟอร์ต และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาความร่วมมือเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แห่งอนาคต หรือ Future Learning Ecosystem เชื่อมการเรียนรู้ในโรงเรียนเข้ากับองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ หลักสูตร เครือข่าย และประสบการณ์จากมหาวิทยาลัย พร้อมพัฒนาไปสู่กรอบความร่วมมือ MOU และกิจกรรมที่นักเรียนสามารถลงมือทำจริง
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงการจัดกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง แต่กำลังออกแบบเป็น เส้นทางการเรียนรู้ระยะยาว ที่ช่วยให้นักเรียนสามารถค้นหาความสนใจ พัฒนาทักษะ ทดลองสร้างผลงาน และต่อยอดไปสู่การศึกษาหรือโอกาสในอนาคต

จากความร่วมมือสู่ Future Learning Ecosystem
แนวคิดสำคัญของความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนมงฟอร์ต × มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือการนำจุดแข็งของทั้งสองสถาบันมาเชื่อมต่อกัน
ฝั่งโรงเรียนมีทั้งนักเรียน ครู หลักสูตร การพัฒนานักเรียน Career Track และ Student Portfolio
ขณะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีองค์ความรู้จากคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ หลักสูตรมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ Lifelong Education โปรแกรมนานาชาติ และเครือข่ายระดับโลก
เมื่อสองระบบนิเวศนี้ถูกเชื่อมเข้าด้วยกัน จึงเกิดแนวคิดของ Future Learning Ecosystem ที่ทำให้มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียง “ปลายทาง” หลังเรียนจบมัธยมศึกษา แต่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเรียนรู้ของนักเรียนตั้งแต่ระหว่างที่ยังอยู่ในโรงเรียน
แนวคิดนี้ถูกสรุปไว้ในภาพใหญ่ว่า
One Student, One Journey
นักเรียนหนึ่งคน สามารถมีเส้นทางการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกันได้ตั้งแต่การค้นหาความสนใจ การทดลอง การพัฒนาตัวเอง จนถึงการศึกษาต่อและเส้นทางอาชีพ
จากหลายโอกาส สู่ Flagships ที่ทำงานร่วมกัน โรงเรียนมงฟอร์ต x มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Future Learning Ecosystem ไม่ได้ประกอบด้วยโครงการเดียว แต่เป็นการนำหลายมิติของการเรียนรู้มารวมกันเป็นทิศทางเดียว
ในแผนความร่วมมือมีการพัฒนา Flagships หลัก ได้แก่
Flagship 01: Entrepreneurship & Innovation
สร้างทักษะการคิด การแก้ปัญหา การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาไอเดียสู่การลงมือทำจริง
Flagship 02: Credit Bank & Lifelong Learning
เชื่อมการเรียนรู้ระดับโรงเรียนกับหลักสูตรและประสบการณ์ระดับมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมและสามารถสะสมหลักฐานการเรียนรู้ได้
Flagship 03: International Pathway
สร้างเส้นทางสู่นานาชาติ เชื่อมการเตรียมความพร้อม การศึกษาต่อ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรในต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบสนับสนุนด้าน Global Experience รวมถึงการพัฒนาทักษะภาษาและความพร้อมของทั้งนักเรียนและครู
เป้าหมายจึงไม่ใช่การสร้างโครงการที่แยกออกจากกัน แต่คือการสร้าง เส้นทางการเรียนรู้เดียวที่นักเรียนสามารถเลือกและต่อยอดตามความสนใจของตัวเองได้

Entrepreneurship & Innovation จาก “คิด” สู่ “สร้างจริง”
หนึ่งใน Flagship สำคัญของความร่วมมือคือ Entrepreneurship & Innovation Pathway
เส้นทางนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำถามว่า
“นักเรียนจะทำธุรกิจอะไร?”
แต่เริ่มจากการฝึกให้นักเรียนมองเห็นปัญหา เข้าใจผู้คน ทดลองคิดแนวทางแก้ไข และเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง
กระบวนการถูกออกแบบเป็น 4 ช่วงหลัก

DESIGN → BUILD → PITCH → IMPACT
DESIGN — เข้าใจปัญหาก่อนสร้างคำตอบ
นักเรียนเริ่มจากกระบวนการ Design Thinking เพื่อเรียนรู้การสังเกต ตั้งคำถาม ทำความเข้าใจปัญหา และออกแบบแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ
BUILD — Hackathon จากไอเดียสู่ Prototype
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของช่วงนี้คือ Hackathon
Hackathon ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงการแข่งขันหาไอเดียที่ดีที่สุด แต่เป็นพื้นที่ทดลองที่ทำให้นักเรียนต้องเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้
นักเรียนจะได้ทำงานเป็นทีม พัฒนาแนวคิด ทดลองสร้าง Prototype และเรียนรู้พื้นฐานของ Business Model
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครชนะ”
แต่คือการที่นักเรียนได้พบว่า
ไอเดียหนึ่งสามารถถูกทดลอง ปรับปรุง และพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างไร
PITCH — เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและ Mentor
หลังจากสร้างแนวคิดและต้นแบบ นักเรียนจะได้ฝึกสื่อสารและนำเสนอผลงานต่อผู้เชี่ยวชาญและ Mentor
การ Pitch จึงไม่ใช่เพียงการฝึกพูดบนเวที แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้นักเรียนได้รับ Feedback เห็นมุมมองใหม่ และกลับไปพัฒนาแนวคิดของตัวเองให้แข็งแรงขึ้น
IMPACT — ต่อจากกิจกรรมไปสู่โอกาสจริง
เป้าหมายสุดท้ายคือการทำให้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จบลงหลังจบกิจกรรม
ผลงานของนักเรียนสามารถพัฒนาเป็น Portfolio ต้นแบบ โครงการ หรือโอกาสในการเรียนรู้ขั้นต่อไปได้
นี่คือจุดที่การเรียนรู้เปลี่ยนจาก
“รู้” → “ทำ” → “สร้าง” → “สร้างคุณค่า”

builds CMU กับบทบาทใน Flagship Entrepreneurship & Innovation ร่วมกับ โรงเรียนมงฟอร์ต
ภายใต้ Flagship ด้าน Entrepreneurship & Innovation มี builds CMU เป็นหนึ่งในกลไกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เข้ามาเชื่อมต่อประสบการณ์ด้าน Startup, Entrepreneurship และ Innovation
builds CMU ทำหน้าที่สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เน้นการลงมือทำ ตั้งแต่การค้นหาโจทย์ การพัฒนาไอเดีย การสร้าง Prototype การคิด Business Model ไปจนถึงการนำเสนอและรับคำแนะนำจาก Mentor และผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อองค์ความรู้และประสบการณ์เหล่านี้ถูกนำมาเชื่อมกับนักเรียนโรงเรียนมงฟอร์ต Hackathon จึงสามารถเป็นมากกว่ากิจกรรมระยะสั้น
แต่เป็น จุดเริ่มต้นของ Entrepreneurial Journey
ที่ช่วยให้นักเรียนได้ทดลองเป็นทั้งนักคิด นักสร้าง และผู้แก้ปัญหา ก่อนที่จะต้องตัดสินใจเรื่องการเรียนหรืออาชีพในอนาคต
MOU ที่ต้องนำไปสู่การลงมือทำจริง
อีกองค์ประกอบสำคัญของความร่วมมือคือการพัฒนา กรอบ MOU ที่ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงข้อตกลงระดับสถาบัน
แต่จะต้องสามารถแตกออกมาเป็น Annual Action Plan และโครงการที่เกิดขึ้นจริง
เส้นทางของ Partnership จึงมีตั้งแต่
ความร่วมมือ → MOU → Annual Action Plan → Pilot Projects → Impact for Students
แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยน Partnership จากสิ่งที่อยู่บนเอกสาร ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่นักเรียนสามารถสัมผัสได้จริง
ไม่ว่าจะผ่าน Hackathon การเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาทักษะ การเรียนระดับมหาวิทยาลัย หรือการสร้างโอกาสในระดับนานาชาติ

โรงเรียนมงฟอร์ต × มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากผู้เรียนสู่ผู้สร้าง
ความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนมงฟอร์ต และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการเพิ่มกิจกรรมให้กับนักเรียน
แต่คือการออกแบบ Future Learning Ecosystem ที่เชื่อมโรงเรียน มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญ และโอกาสในการเรียนรู้เข้าด้วยกัน
เพื่อให้นักเรียนสามารถค้นพบศักยภาพของตัวเองผ่านการลงมือทำ
จากผู้ที่เคยรอรับความรู้
ไปสู่คนที่สามารถตั้งคำถาม ทดลอง สร้าง และพัฒนาคำตอบของตัวเองได้
และสำหรับ Flagship ด้าน Entrepreneurship & Innovation นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทำให้นักเรียนคนหนึ่งค้นพบว่า
ตัวเองก็สามารถเป็นผู้สร้างนวัตกรรมได้
Montfort × CMU
Learn. Build. Impact.

