builds ร่วมงาน CMU Model: พลิกโฉมการศึกษา มช. สู่อนาคตที่ออกแบบได้ สรุปครบจบทุกช่วง ✨

บรรยากาศงาน Modern Academic Innovation Event เปิดตัว CMU Model พลิกแนวคิดสร้างบัณฑิตยุคใหม่ด้วยผลลัพธ์ ณ NSP Rice Grain Auditorium

ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วย AI และ Disruptive Change มหาวิทยาลัยจะปรับตัวอย่างไร? เมื่อ 29 เมษายน 2569 นี้ builds มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน “The CMU Model: Curriculum Development and DNA Orientation” ณ ห้อง Rice Grain Auditorium อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ (CMU STeP) ซึ่งเป็นการเผยวิสัยทัศน์และกลไกใหม่ที่จะเปลี่ยน “วิธีเรียน” และ “วิธีสอน” ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 5 หัวใจสำคัญของ CMU Model ที่คนทำงานสายการศึกษาและนักศึกษาห้ามพลาด 1. วิสัยทัศน์ CMU: THE NEXT ERA เมื่อโลกเปลี่ยน การศึกษาต้องพลิก ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ย้ำชัดว่า “ปริญญาต้องไม่ใช่แค่กระดาษ แต่ต้องรับรองความสามารถจริง” ทิศทางใหม่ของ มช. มุ่งเน้นไปที่: 2. 4 Units of the Future: ฟันเฟืองขับเคลื่อนสมการใหม่แห่งการศึกษา กลไกสำคัญที่ มช. ใช้ขับเคลื่อนโมเดลนี้คือการทำงานร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลัก (4 Units) ที่เปรียบเสมือน Ecosystem ของการเรียนรู้: 2.1 สำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา (EQD) ทำหน้าที่ดูแลมาตรฐานหลักสูตรและการประกันคุณภาพ (Quality Management) เพื่อให้มั่นใจว่าทุกหลักสูตรตอบโจทย์มาตรฐานระดับสากล 2.2 ศูนย์นวัตกรรมการเรียนการสอน (TLIC) ผู้อยู่เบื้องหลัง Platform สำคัญอย่าง OBE System ที่ช่วยให้อาจารย์สามารถออกแบบการสอนตามผลลัพธ์การเรียนรู้ (Outcome-Based Education) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.3 วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต (CMU Lifelong Education) ปลดล็อกขีดจำกัดเรื่อง “อายุ” และ “เวลา” ผ่านการเรียนแบบ Modular Learning และการสะสม Credit Bank 2.4 การพัฒนา Soft Skills (Skills4Life) เน้นการสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เช่น Critical Thinking, Collaboration และ Mental Flexibility ผ่านโครงการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย 3. CMU DNA: ถอดรหัสอัตลักษณ์บัณฑิต มช. รุ่นใหม่ มช. ไม่ได้แค่ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้เฉพาะทาง (Hard Skills) แต่ต้องการสร้างบัณฑิตที่มี “DNA” โดดเด่น 8 ด้าน เพื่อความอยู่รอดและเติบโตในอนาคต: 4. Outcome-Driven Platform: พลิกมิติการประเมินผลสู่โลกแห่งผลลัพธ์ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในงานที่ builds ได้รับฟังมา คือการเปิดตัว Academic Outcome Transcript และ Skill Transcript ซึ่งเป็นการประเมินผลแบบใหม่ที่ไม่ได้บอกแค่เกรด A, B, C แต่จะบอกว่านักศึกษามีทักษะ (Competency) ด้านใดบ้างที่บรรลุผล (Meet/Exceed) ตามตัวชี้วัด PLOs (Program Learning Outcomes) ระบบนี้จะช่วยให้: 5. Modular Learning และ Skill Transcript: การศึกษาที่ออกแบบได้เอง รศ.ดร.นัทธี สุรีย์ ได้นำเสนอแนวคิด Lifelong Learning Ecosystem Platform ที่แบ่งการเรียนรู้เป็นโมดูลย่อย ๆ (Micro-modules) นักศึกษาสามารถเลือกเรียนทักษะที่ต้องการได้ ไม่จำเป็นต้องเรียนตามลำดับแบบเดิม และข้อมูลการเรียนรู้ทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ใน Skill Transcript เพื่อใช้เป็น “หลักฐานชีวิตการเรียนรู้” (Learning Evidence) บทสรุป: ก้าวต่อไปของ CMU Model การไปร่วมงานครั้งนี้ทำให้ builds เห็นว่า CMU Model ไม่ใช่แค่แผนงานบนกระดาษ แต่เป็น “การปฏิบัติจริง” ที่มีการเตรียมพร้อมทั้งด้านระบบ (Platform), บุคลากร (Train the Trainer) และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังก้าวสู่การเป็นสถาบันที่ไม่ได้ให้แค่ปริญญา แต่ให้ “อนาคต” ที่ทุกคนสามารถออกแบบเองไดั

รวม 30++ AI Tools สำหรับนักศึกษาและผู้ประกอบการ: มีคนเดียวก็เริ่มธุรกิจได้ ด้วยเครื่องมือจาก Google Labs

รวม AI Tools จาก Google Labs สำหรับนักศึกษาและผู้ประกอบการเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ

ในยุคที่การเริ่มต้นธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีทีมใหญ่ตั้งแต่วันแรก นักศึกษาและผู้ประกอบการรุ่นใหม่สามารถใช้ AI เป็นเหมือน “ทีมงานเสมือน” ที่ช่วยคิด ช่วยออกแบบ ช่วยทำคอนเทนต์ ช่วยสร้างต้นแบบ ช่วยสรุปข้อมูล และช่วยเล่าเรื่องธุรกิจให้น่าสนใจมากขึ้น builds ขอแนะนำหนึ่งในแหล่งรวมเครื่องมือ AI ที่น่าสนใจคือ Google Labs พื้นที่ทดลอง AI จาก Google ที่เปิดให้ผู้ใช้ได้ลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งด้านการสร้างสรรค์ การเรียนรู้ การพัฒนา และการทดลองไอเดีย โดย Google Labs ระบุว่าเป็นพื้นที่สำหรับค้นพบและทดลอง AI experimental products จาก Google และช่วยให้ผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมกับอนาคตของเทคโนโลยี AI สำหรับนักศึกษา ผู้ประกอบการ หรือ Startup Builder เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นเทคโนโลยี แต่สามารถกลายเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ที่ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจเร็วขึ้น ถูกลง และทดลองได้มากขึ้น ทำไม AI Tools ถึงสำคัญกับนักศึกษาและผู้ประกอบการ? การทำธุรกิจคนเดียว หรือเริ่ม Startup จากศูนย์ มักติดปัญหา 5 อย่างนี้ AI Tools ช่วยลดแรงเสียดทานตรงนี้ได้ เพราะทำให้ “คนหนึ่งคน” สามารถทำงานได้เหมือนมีทีมเล็ก ๆ อยู่ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นทีมคอนเทนต์ ทีมดีไซน์ ทีมรีเสิร์ช ทีมโปรดักต์ หรือทีมการตลาด พูดง่าย ๆ คือ AI ไม่ได้ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จอัตโนมัติ แต่ทำให้คนที่ลงมือจริง “เริ่มเร็วกว่า ทดลองมากกว่า และเรียนรู้ไวกว่า” รวม 30++ AI Tools จาก Google Labs ที่น่าสนใจ หมายเหตุ: เครื่องมือใน Google Labs บางตัวเป็น Experimental Tools อาจเปิดให้ใช้งานเฉพาะบางประเทศ บางบัญชี หรือบางช่วงเวลา ควรตรวจสอบสถานะการใช้งานล่าสุดจากหน้า Google Labs โดยตรง 1. Gemini — ผู้ช่วย AI สำหรับคิด วิเคราะห์ และสรุปงาน เหมาะกับ: นักศึกษา, ผู้ประกอบการ, คนทำคอนเทนต์, คนทำธุรกิจคนเดียว Gemini เป็นหนึ่งในเครื่องมือ AI หลักของ Google ที่สามารถช่วยคิดไอเดีย สรุปข้อมูล เขียนข้อความ วิเคราะห์ปัญหา และช่วยวางแผนงานได้ เหมาะกับนักศึกษาที่ต้องทำรายงาน ทำโปรเจกต์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องคิดแผนธุรกิจด้วยตัวเอง ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt ช่วยวิเคราะห์ไอเดียธุรกิจนี้ให้หน่อยว่าเหมาะกับกลุ่มลูกค้าไหน มี Pain Point อะไร และควรเริ่มทดสอบตลาดอย่างไร 2. NotebookLM — ผู้ช่วยอ่านเอกสารและสรุปความรู้ เหมาะกับ: นักศึกษาทำรายงาน, อ่าน Paper, ทำรีเสิร์ช, สรุปข้อมูลลูกค้า NotebookLM ถูกพูดถึงใน Google Labs Lab Sessions ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยด้าน research workflow, memory retrieval, fact checking และการทำงานแบบ second brain สำหรับนักศึกษา นี่คือเครื่องมือที่เหมาะกับการอ่านเอกสารจำนวนมาก ส่วนผู้ประกอบการสามารถใช้สรุปข้อมูลลูกค้า คู่แข่ง รายงานตลาด หรือบทสัมภาษณ์ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt จากเอกสารนี้ ช่วยสรุป Pain Point ของลูกค้าออกมาเป็น 5 ข้อ พร้อมโอกาสทางธุรกิจที่น่าทำต่อ 3. Stitch — AI ออกแบบ UI และเว็บไซต์จากข้อความ เหมาะกับ: ทำ Landing Page, App Mockup, Prototype, เว็บไซต์ธุรกิจ Stitch เป็นเครื่องมือที่ Google Labs อธิบายว่าเปลี่ยนภาษาธรรมชาติให้กลายเป็นงานออกแบบคุณภาพสูง และช่วยให้สร้าง ทดลอง และทำงานร่วมกันในกระบวนการเดียว สำหรับคนทำธุรกิจคนเดียว เครื่องมือนี้น่าสนใจมาก เพราะช่วยให้จาก “คำอธิบายไอเดีย” กลายเป็นหน้าตาเว็บหรือแอปที่นำไปคุยกับลูกค้า Mentor หรือทีมพัฒนาได้ทันที ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt ออกแบบ Landing Page สำหรับธุรกิจรับจัดกิจกรรม Workshop ในเชียงใหม่ โทนสนุก ทันสมัย ใช้งานง่ายบนมือถือ 4. Opal — สร้าง AI Mini-App ด้วยภาษาธรรมชาติ เหมาะกับ: ทำ MVP, สร้างเครื่องมือทดลอง, Prototype ธุรกิจ Opal เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้าง แก้ไข และแชร์ AI mini-apps ด้วยภาษาธรรมชาติ นี่คือเครื่องมือที่เหมาะกับ Startup Builder มาก เพราะผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องสร้างระบบใหญ่ตั้งแต่แรก แต่อาจเริ่มจาก Mini-App เพื่อทดสอบสมมติฐาน เช่น แบบประเมินลูกค้า ระบบแนะนำสินค้า หรือ AI Assistant เฉพาะทาง ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt สร้าง Mini-App ที่ช่วยนักศึกษาประเมินไอเดียธุรกิจของตัวเอง โดยถามคำถาม 5 ข้อ แล้วให้คำแนะนำว่าควรเริ่มทดสอบตลาดอย่างไร 5. Mixboard — กระดานคิดไอเดียและ Moodboard ด้วย AI เหมาะกับ: คิดไอเดีย, ทำแบรนด์, วางแผนสินค้า, ทำ Moodboard Mixboard เป็น AI-powered concepting board ที่ช่วย explore, expand และ refine ideas สำหรับนักศึกษาและผู้ประกอบการ นี่คือเครื่องมือที่ดีมากในช่วงเริ่มต้น เพราะช่วยทำให้ไอเดียที่กระจัดกระจายมีภาพรวมมากขึ้น เหมาะกับการคิดแบรนด์ สินค้า คอนเทนต์ หรือแคมเปญการตลาด ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt สร้าง Moodboard สำหรับแบรนด์เครื่องดื่มสุขภาพสำหรับนักศึกษา โทนสดใส ราคาเข้าถึงง่าย และดูเป็นแบรนด์ยุคใหม่ 6. Pomelli — AI Marketing Tool สำหรับทำคอนเทนต์แบรนด์ เหมาะกับ: ทำการตลาด, ทำคอนเทนต์, สร้างแคมเปญ, ธุรกิจคนเดียว Pomelli เป็น experimental AI-powered marketing tool ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างคอนเทนต์แบบ on-brand และช่วยให้แบรนด์สื่อสารกับผู้ชมได้เร็วขึ้น ถ้าคุณทำธุรกิจคนเดียว Pomelli คือเครื่องมือที่ช่วยลดภาระด้าน Content Marketing ได้ดี เพราะเจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่ได้ติดที่ “ขายอะไร” แต่ติดที่ “จะเล่ายังไงให้คนสนใจ” ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt ช่วยสร้างคอนเทนต์ 10 โพสต์สำหรับแบรนด์ขนมสุขภาพสำหรับนักศึกษา โดยใช้โทนสนุก เป็นกันเอง และขายแบบไม่ยัดเยียด 7. Flow — AI Creative Studio สำหรับวิดีโอ ภาพ และ Storytelling เหมาะกับ: ทำวิดีโอโปรโมต, Product Demo, Pitch Video, Storytelling Flow เป็น AI creative studio ที่ Google ระบุว่าสามารถช่วยสร้าง ปรับแต่ง และประกอบวิดีโอ ภาพ และเรื่องเล่า โดยใช้ AI models ของ Google สำหรับผู้ประกอบการคนเดียว Flow ช่วยให้การทำวิดีโอโปรโมตสินค้า หรือจำลองภาพการใช้งานบริการ ทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมีทีม Production ใหญ่ตั้งแต่แรก ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt สร้างวิดีโอสั้น 20 วินาที เล่า Pain Point ของนักศึกษาที่ไม่มีเวลาหาอาหารสุขภาพ และนำเสนอแอปสั่งอาหารสุขภาพในมหาวิทยาลัยเป็นทางออก 8. Google Flow Music — สร้างเพลงและ Music Video ด้วย AI เหมาะกับ: Branding, Event, Video Content, Product Launch Google Flow Music เป็นเครื่องมือที่ให้ผู้ใช้แชตกับ Producer ภายในระบบ เพื่อเปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นเพลง มิวสิกวิดีโอ และงานเสียงอื่น ๆ สำหรับธุรกิจเล็ก ๆ เสียงและเพลงอาจช่วยสร้างตัวตนของแบรนด์ได้ เช่น เพลงประกอบวิดีโอ เสียงสำหรับแคมเปญ หรือบรรยากาศของงาน Event ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt สร้างเพลงสั้นสำหรับแบรนด์ Startup ด้านการศึกษา โทนสดใส มีพลัง และให้ความรู้สึกว่าอนาคตเป็นไปได้ 9. ProducerAI — ผู้ช่วยสร้างเพลงแบบ Agentic Creative Partner เหมาะกับ: ครีเอเตอร์, นักดนตรี, แบรนด์ที่ทำคอนเทนต์เสียง ProducerAI ถูกอธิบายว่าเป็น agentic creative partner ที่ช่วยสร้างเพลง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเนื้อเพลง ปรับเมโลดี้ หรือคิดแนวเพลงใหม่ สำหรับผู้ประกอบการสายคอนเทนต์ เพลง โฆษณา หรือ Event เครื่องมือนี้สามารถใช้ช่วยคิดเสียงประกอบที่เข้ากับแบรนด์ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 10. MusicFX — สร้างเพลงจาก Prompt เหมาะกับ: คอนเทนต์วิดีโอ, Reels, TikTok, Event, Branding MusicFX เป็นเครื่องมือสร้างเพลงจากข้อความ โดย Google Labs มี Lab Sessions ที่เชื่อมกับ MusicFX หลายกรณี เช่น การทดลองกับนักแต่งเพลงและศิลปิน คนทำธุรกิจคนเดียวสามารถใช้ MusicFX ช่วยคิดเสียงประกอบคอนเทนต์เบื้องต้น เช่น เพลงแบ็กกราวนด์สำหรับวิดีโอสินค้า หรือบรรยากาศของแบรนด์ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 11. MusicFX DJ — สร้างเพลงแบบต่อเนื่อง เหมาะกับ: Event, Live Content, Café, Workshop, Brand Experience Google Labs Lab Sessions ระบุว่า MusicFX DJ เป็น generative music tool ที่ช่วยสร้าง continuous flow of music เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำเพลง ผู้ประกอบการที่ทำอีเวนต์ คาเฟ่ เวิร์กช็อป หรือคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ สามารถใช้แนวคิดนี้ในการวางบรรยากาศเสียงของแบรนด์ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 12. Music AI Sandbox — ทดลองเครื่องมือเพลงสำหรับ Songwriter เหมาะกับ: นักแต่งเพลง, ครีเอเตอร์, แบรนด์สาย Entertainment Music AI Sandbox ถูกพูดถึงใน Google Labs Lab Sessions ว่าเป็นชุดเครื่องมือทดลองสำหรับ songwriters และ musicians แม้จะเหมาะกับสายดนตรีโดยตรง แต่ผู้ประกอบการที่ต้องทำแบรนด์เสียง หรือทำธุรกิจสาย Entertainment ก็สามารถศึกษาแนวทางนี้เพื่อเข้าใจอนาคตของ Creative AI ได้ 13. ImageFX — สร้างภาพด้วย AI เหมาะกับ: ทำภาพโปรโมต, Moodboard, Product Concept, Social Media Google Labs Lab Sessions เชื่อม ImageFX กับงาน visual artists และการสร้างภาพด้วย Imagen นักศึกษาและผู้ประกอบการสามารถใช้เครื่องมือแนวนี้เพื่อสร้างภาพประกอบไอเดียสินค้า ภาพ Moodboard หรือภาพสำหรับคอนเทนต์ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 14. TextFX — ผู้ช่วยด้านภาษาและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เหมาะกับ: เขียน Copywriting, Naming, Tagline, Script, Content TextFX ถูกพูดถึงใน Lab Sessions กับ Lupe Fiasco ในการขยายกระบวนการเขียนเนื้อเพลงและงานภาษาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับธุรกิจ เครื่องมือแนวนี้เหมาะกับการตั้งชื่อแบรนด์ คิดคำโฆษณา เขียน Caption หรือสร้าง Hook สำหรับคอนเทนต์ ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt ช่วยคิด Tagline 20 แบบสำหรับแบรนด์ Workshop ที่ทำให้คนรู้สึกว่าเวลาว่างสามารถกลายเป็นประสบการณ์สนุกได้ 15. Learn Your Way — เปลี่ยนคอนเทนต์ให้เป็นประสบการณ์เรียนรู้เฉพาะตัว เหมาะกับ: นักศึกษา, ครู, วิทยากร, ผู้สร้างคอร์ส Learn Your Way เป็นเครื่องมือที่ Google Labs ระบุว่าสามารถเปลี่ยนคอนเทนต์ให้เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ dynamic และ tailored สำหรับผู้ใช้ สำหรับนักศึกษา ใช้ช่วยเรียนเรื่องยากให้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ประกอบการสายการศึกษา ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอร์สหรือ Learning Product ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 16. Vantage — ฝึกทักษะแห่งอนาคตด้วยทีมจำลองจาก GenAI เหมาะกับ: นักศึกษา, Startup Team, ผู้ประกอบการ, Mentor Vantage ช่วยพัฒนาและวัดทักษะอย่าง collaboration, creativity และ critical thinking ผ่าน GenAI-simulated teamwork สำหรับผู้ประกอบการ ทักษะเหล่านี้สำคัญมาก เพราะการทำธุรกิจไม่ได้ต้องการแค่ไอเดีย แต่ต้องใช้การคิดเป็นระบบ การแก้ปัญหา และการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด ใช้ทำอะไรได้บ้าง 17. AI Edge Eloquent — เปลี่ยนคำพูดดิบให้เป็นข้อความที่อ่านง่าย เหมาะกับ: สรุปสัมภาษณ์, Customer Discovery, Research Note, Content AI Edge Eloquent ช่วยเปลี่ยน raw messy speech ให้กลายเป็น well crafted text สำหรับคนทำธุรกิจ เครื่องมือนี้เหมาะมากกับการถอดบทสัมภาษณ์ลูกค้า เพราะเวลาคุยกับลูกค้า ข้อมูลมักกระจัดกระจาย AI สามารถช่วยเรียบเรียงให้อ่านง่ายและนำไปวิเคราะห์ต่อได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 18. Project Genie — สร้างและสำรวจโลกจำลองหลากหลายรูปแบบ เหมาะกับ: Game Concept, Simulation, Storytelling, Creative Prototype Project Genie เป็น experimental prototype ที่ให้ผู้ใช้สร้างและสำรวจโลกที่หลากหลายได้ สำหรับนักศึกษาและผู้ประกอบการสายเกม สื่อสร้างสรรค์ หรือ Immersive Experience เครื่องมือนี้เป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการคิด Prototype เชิงประสบการณ์ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 19. Disco / GenTabs — เปลี่ยนแท็บเว็บให้กลายเป็นแอปเฉพาะทาง เหมาะกับ: Research, Productivity, Web Workflow, Solo Founder Disco เป็นพื้นที่ทดสอบ AI features สำหรับเว็บ โดยฟีเจอร์แรกคือ GenTabs ที่ remix open tabs ให้กลายเป็น custom apps ด้วย Gemini 3 นี่คือแนวทางที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานคนเดียว เพราะแท็บที่เปิดไว้จำนวนมากสามารถกลายเป็นระบบทำงานเฉพาะกิจ เช่น Dashboard วิเคราะห์ข้อมูล หรือเครื่องมือสรุป Research ใช้ทำอะไรได้บ้าง 20. CC — AI Productivity Agent ใน Gmail เหมาะกับ: อีเมลธุรกิจ, Customer Support, Productivity, Founder CC เป็น experimental AI productivity agent ใน Gmail ที่ให้ personalized email briefing ทุกเช้า และสามารถส่งอีเมลหา CC เพื่อขอความช่วยเหลือได้ สำหรับผู้ประกอบการคนเดียว อีเมลเป็นงานที่กินเวลามาก ถ้ามี AI ช่วยสรุป ตอบ หรือจัดลำดับความสำคัญ จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจโฟกัสกับงานที่สร้างรายได้มากขึ้น ใช้ทำอะไรได้บ้าง 21. Doppl — ลองเสื้อผ้าและสไตล์ด้วย AI เหมาะกับ: แฟชั่น, Personal Branding, E-commerce, Content Creator Doppl เป็น experimental app จาก Google Labs สำหรับ discover, try on และ shop personalized looks ผู้ประกอบการสายแฟชั่น เสื้อผ้า Personal Branding หรือ E-commerce สามารถใช้แนวคิดของ Doppl เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างประสบการณ์ลูกค้า เช่น Virtual Try-on หรือ Personalized Styling ใช้ทำอะไรได้บ้าง 22. Google App for Windows — ค้นหาไฟล์ หน้าจอ และใช้ AI Mode ได้เร็วขึ้น เหมาะกับ: นักศึกษา, คนทำงาน, Founder, Researcher Google Labs ระบุว่า Google app for Windows ช่วยให้เข้าถึง Google ผ่าน keyboard shortcut เพื่อค้นหาสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ ค้นหาไฟล์ ใช้ AI Mode และอื่น ๆ สำหรับนักศึกษาและคนทำธุรกิจ เครื่องมือประเภทนี้ช่วยลดเวลาการค้นหาและเพิ่มความเร็วในการทำงานประจำวัน ใช้ทำอะไรได้บ้าง 23. Moving Scripts: Sanskrit Devanagari Edition — เรียนรู้ตัวอักษรผ่าน AI เหมาะกับ: นักออกแบบ, คนทำ Cultural Content, EdTech Moving Scripts: Sanskrit Devanagari Edition เป็นเครื่องมือที่ให้ผู้ใช้สำรวจตัวอักษร Sanskrit พร้อมสัญลักษณ์และความหมายเบื้องหลังเส้นแต่ละเส้นด้วย Google AI แม้จะดูเฉพาะทาง แต่เหมาะกับผู้ที่สนใจด้านวัฒนธรรม การออกแบบตัวอักษร หรือการสร้างสื่อการเรียนรู้แบบ Interactive 24. Talking Tours — ทัวร์สถานที่วัฒนธรรมด้วย AI Audio เหมาะกับ: ท่องเที่ยว, EdTech, Cultural Experience, Content Talking Tours เป็น AI audio experiment ที่พาเที่ยว cultural landmarks ใน Street View โดย Google Arts & Culture ผู้ประกอบการสายท่องเที่ยว การศึกษา หรือพิพิธภัณฑ์ สามารถใช้แนวคิดนี้ต่อยอดเป็น Audio Guide, Interactive Tour หรือคอนเทนต์สถานที่ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 25. Talking Tours India — ทัวร์วัฒนธรรมอินเดียด้วย AI เหมาะกับ: Tourism Tech, Culture Startup, Learning Experience Talking Tours India เป็น AI

builds Mini Pitching ปลุกพลังไอเดียและโซลูชันสุดเจ๋ง! ก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้ประกอบการตัวจริงกับ builds CMU

กิจกรรม builds Pitching ประจำปี 2569 นำเสนอแผนธุรกิจรับเงินทุนสนับสนุน

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ builds CMU เต็มไปด้วยพลังและความตื่นเต้นครับ! เพราะนี่คือวัน “builds Pitching” กิจกรรมครั้งสำคัญที่เป็นเหมือนสนามทดสอบความแกร่งของเหล่านักศึกษาและว่าที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่พร้อมจะเปลี่ยน “ความคิด” ให้กลายเป็น “ความจริง” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้เราจัดหนักจัดเต็มพร้อมกันถึง 2 กิจกรรมหลัก คือ builds IDEA และ builds SOLUTION ซึ่งถือเป็น Milestone สำคัญของโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อผลักดัน Startup ในระยะเริ่มต้น (Early Stage) ให้มีทิศทางที่ชัดเจนและมีทุนตั้งต้นในการขยับขยายธุรกิจ 2 เวที 2 เป้าหมาย – เพราะทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากก้าวที่ถูกต้อง การ Pitching ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ แต่คือการคัดเลือกทีมที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา (Pain Points) ของสังคมและอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับตามความพร้อมของทีม: 1. builds IDEA: ปั้นฝันให้มีรูปทรง สำหรับทีมในระดับ builds IDEA เป้าหมายคือการตกผลึกความคิดและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโมเดลธุรกิจเบื้องต้น ทีมที่ผ่านการคัดเลือกในระดับนี้จะได้รับเงินทุนสนับสนุน 5,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาตลาด ค้นหา Insight เพิ่มเติม หรือสร้างตัวอย่างผลงานต้นแบบ (Prototype) ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าไอเดียของคุณมี “ที่ว่าง” ในตลาดจริงๆ หรือไม่ 2. builds SOLUTION: ทดสอบจริง เจ็บจริง และเติบโตจริง ในส่วนของ builds SOLUTION นี่คือเวทีสำหรับทีมที่มี Product หรือ Solution ที่ชัดเจนแล้ว และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการ Test Your Idea With Customer โดยแต่ละทีมที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 35,000 บาท! เงินทุนจำนวนนี้ไม่ใช่แค่รางวัลครับ แต่มันคือ “เชื้อเพลิง” ที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อทำ User Testing และการเตรียมความพร้อมเพื่อออกสู่ตลาด (Go-to-Market) ในก้าวถัดไป เจาะลึกมุมมองจาก “กรรมการ” ผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้า ความพิเศษของงาน builds Pitching 2569 คือเราได้รับเกียรติจากคณะกรรมการ 3 ท่าน ที่นำเอาประสบการณ์จากโลกธุรกิจและเทคโนโลยีมาช่วยตบไอเดียของน้องๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ประกอบด้วย: คำแนะนำจากกรรมการทั้ง 3 ท่าน ไม่ได้มีแค่คำชม แต่คือการ “Challenge” ให้ทุกทีมกลับไปตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ธุรกิจของเราสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนได้จริงไหม?” ซึ่งนี่คือสิ่งที่ builds SPECIAL อย่างผมประทับใจมาก เพราะมันคือการสอนให้คนรุ่นใหม่คิดแบบเหตุและผล (Logical Thinking) และมองโลกตามความเป็นจริง ก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม: จาก Pitching สู่ การลุยธุรกิจอย่างจริงจัง ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับการคัดเลือกในรอบนี้ครับ! พวกคุณคือกลุ่มคนที่มีศักยภาพและมีความกล้าหาญในการเริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่วัยเรียน สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้: ทุกทีมที่ได้รับทุนสนับสนุนจะไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยวครับ เพราะที่ builds CMU เรามี Roadmap การพัฒนาที่เข้มข้นรออยู่: เงินทุน 5,000 และ 35,000 บาท คือ “โอกาสแรก” แต่ความสำเร็จที่ยั่งยืนจะเกิดจากความเพียรพยายามและการปรับตัว (Pivot) ตามเสียงสะท้อนของตลาดครับ บทสรุปจาก builds SPECIAL 🚀 ในฐานะที่ผมช่วยดูแลโปรเจกต์นี้ ผมเห็นความตั้งใจของน้องๆ ทุกคนผ่านแววตาและ Presentation ที่นำเสนอออกมา งาน builds Pitching ครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “เชียงใหม่และ มช. คือแหล่งบ่มเพาะ Startup ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่ง” ผมเชื่อมั่นว่าผลงานที่ผ่านการคัดเลือกในวันนี้ จะไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้ากระดาษหรือในห้อง Pitching เท่านั้น แต่จะเติบโตเป็นธุรกิจที่สร้างนวัตกรรม สร้างอาชีพ และสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต ขอเป็นกำลังใจให้ทุกทีมเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่ครับ “Start Business From Your Idea” และ “Test Your Idea With Customer” คือหัวใจสำคัญที่เราจะยึดถือร่วมกันต่อไป! หากใครที่พลาดโอกาสในรอบนี้ไป อย่าเพิ่งท้อนะครับ builds CMU ยังมีกิจกรรมดีๆ และพื้นที่สนับสนุนรอคุณอยู่เสมอ ติดตามเราไว้ให้ดีครับ! #buildsCMU #buildsSolution #buildsIDEA #CMU #Entrepreneurship #StartupThailand #ChiangMaiUniversity #Innovation

builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่

builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่ พร้อมหรือยังที่จะเริ่มบทใหม่ในรั้วมช.? builds ชวนทุกคนมาเปิดโลกสตาร์ทอัพ ค้นหาแรงบันดาลใจ และเทิร์นไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง! พบกับรุ่นพี่ตัวตึงที่จะมาแชร์ประสบการณ์แบบหมดเปลือก พร้อมโซนกิจกรรมสุด Exclusive ที่คุณเลือกเองได้ 🔥 Highlight: Talk “ข้อดีของการเริ่มธุรกิจตอนเรียน” จาก แดน, พี่ธูป และ Robo Tech 💡 Consulting: ปรึกษาไอเดียธุรกิจแบบตัวต่อตัว 🎁 Free: รับของที่ระลึก Limited Edition จาก builds และลุ้นรางวัลใหญ่! 🗓 26 พ.ย. 68 | 13.00 – 16.00 น. | ที่ builds CMU (ลิงก์ลงทะเบียน) 📝 แบบที่ 2: รายละเอียดกิจกรรม (สำหรับ Caption หรือหน้าเว็บไซต์)   Topic: builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่ ใครที่มีของ อยากปล่อยของ หรือแค่อยากลองค้นหาตัวเอง ห้ามพลาด! builds เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัย มาร่วมค้นหาคำตอบว่า “ทำธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาลัย ดียังไง?” พร้อมเจาะลึก Micro Module และทุนสนับสนุนที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน 📌 ไฮไลต์กิจกรรมที่คุณจะได้เจอ: 13.00 น. | Check-in & Get Ready: ลงทะเบียนรับของที่ระลึกสุดพิเศษ (สายคล้องคอ builds, โพสอิท, ปากกา) เดินชิลล์โซน builds Program 13.30 น. | The Grand Opening: เจาะลึกทุกโปรแกรมของ builds และแนวทางปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ 14.00 น. | Light of Inspiration: Talk หัวข้อเด็ด “ข้อดีของการเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย” พบกับ Speaker: แดน, พี่ธูป และทีม Robo Tech 15.00 น. | Choose Your Path (เลือกโซนที่คุณสนใจ): 🚶 Inspiration Walk (Relax Zone): นั่งจับเข่าคุย รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ (กลุ่มย่อย 3-4 คน) 🛠 The Next Chapter (Idea Lab): มีไอเดียแล้ว? มา Set Milestone วางแผนธุรกิจกับ Staff builds แบบตัวต่อตัว 15.00 น. | Fun & Prizes: โซนเกมสำรวจไอเดีย, ตลาดนัดหลักสูตร หมุนวงล้อลุ้นรับรางวัลพิเศษก่อนกลับบ้าน! 🗓 วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 🕐 เวลา 13.00 – 16.00 น. 📍 สถานที่: builds CMU 📢 ลงทะเบียนด่วน (รับจำนวนจำกัด 100 คนเท่านั้น)

builds พาร่วมกิจกรรม Gallery Walk ของค่าย ExL – Experiential Learning CAMP 2025 จัดโดย InnoMind Lab CMU

ในฐานะ builds CMU ที่มีความมุ่งมั่นปั้นนักศึกษา มช. ให้เป็นผู้ประกอบการ เรามักจะพูดเสมอว่า “การเริ่มต้นธุรกิจที่ดี ไม่ได้เริ่มที่ สินค้า แต่เริ่มที่ ปัญหา” และเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการค้นหา “ปัญหาที่แท้จริง” และ “วิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุด” ก็คือ Design Thinking หรือ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ ครับ วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2568) เราได้ไปเห็นการใช้ Design Thinking ภาคปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมมากในงาน Gallery Walk ของค่าย ExL – Experiential Learning CAMP 2025 ที่จัดโดย InnoMind Lab CMU ณ ลานโรงอาหาร อมช. (กินในมช) เลยอยากมาถอดบทเรียนให้ชาว builds ได้อ่านกันครับ หัวใจ 5 ขั้นตอนของ Design Thinking Design Thinking ไม่ใช่แค่คำสวยๆ แต่เป็น “กระบวนการ 5 ขั้นตอน” ที่เน้นการเข้าใจผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered) เพื่อสร้างวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ส่องพลัง Design Thinking ในค่าย ExL Camp 2025 สิ่งที่ InnoMind Lab CMU ทำในค่าย ExL Camp คือการพานักศึกษา มช. “ทำ” ครบทั้ง 5 ขั้นตอน! ในงาน Gallery Walk เราได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งจาก 2 โจทย์ใหญ่: 1. โจทย์แก้ปัญหาผู้พิการ (กลุ่มหูหนวก): เราเห็นบอร์ดของ “กลุ่มที่ 2” ที่ผ่านการ Empathize และ Define มาอย่างดี จนค้นพบ Insight ว่า “นักเรียนอยากเรียนรู้ภาษามือและภาษาไทยไปพร้อมๆ กัน” พวกเขาจึง Ideate และ Prototype ออกมาเป็น “เกมกระดาน” เพื่อการเรียนรู้ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่แอปฯ เสมอไป 2. โจทย์บริการสาธารณสุข (รพ.สารภีบวร): เราเห็นแนวคิด “PT@HOME” ที่พยายามแก้ปัญหาผู้ป่วยกายภาพบำบัด นี่คือการ Prototype โซลูชันที่มาจากการ Empathize ผู้ป่วยที่อาจไม่สะดวกเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อย และนอกเหนือจาก 2 กลุ่มที่ได้ยกตัวอย่างไป ยังมีอีก 4 กลุ่ม ที่ใช้ Design Thinking ที่เรียนรู้จากค่าย ExL Camp 2025 นำมาแก้ไขปัญหาโดยการมีมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลางอีกด้วย builds CMU x Design Thinking: จาก “นวัตกร” สู่ “ผู้ประกอบการ” builds CMU ขอ “ชื่นชม” น้องๆ นักศึกษาทุกคนจากค่าย ExL Camp 2025 ที่แสดงพลังของ Design Thinking ออกมาได้อย่างสุดยอดครับ การได้เห็น Prototype ที่เกิดจากการ “Empathize” เข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง และ “Define” ตีโจทย์ออกมาได้คมชัด ทำให้เรามั่นใจในศักยภาพของนวัตกร มช. มากๆ biuilds ร่วมชื่นชม InnoMind Lab CMU ที่ช่วย “ปลูกฝัง” กระบวนการคิดที่สำคัญที่สุดนี้ให้กับน้องๆ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในระบบนิเวศผู้ประกอบการ (Ecosystem) ของมหาวิทยาลัยเราครับ นี่คือจุดเชื่อมต่อที่สำคัญครับ! เพราะเส้นทางผู้ประกอบการที่ builds CMU ก็ใช้หัวใจและเครื่องมือ Design Thinking เดียวกันนี้ในการ “สร้างธุรกิจ” Design Thinking คือกระบวนการที่คุณสามารถใช้ได้ “ตลอดชีวิต” น้อง ๆ คนไหนมี Prototype แล้วสนใจอยากต่อยอด หากน้องๆ คนไหน ที่ได้ “ไอเดีย” หรือ “Prototype” แล้วรู้สึกว่า “นี่แหละ! ฉันอยากทำมันต่อ” builds CMU คือพื้นที่ถัดไปสำหรับคุณครับ เราจะชวนคุณนำไอเดียนั้น มาใช้ Design Thinking ในภาคปฏิบัติที่เข้มข้นขึ้น: Design Thinking คือจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม และการ “ลงมือทำ” คือสิ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ขอบคุณ InnoMind Lab CMU ที่ช่วยกันสร้างนวัตกร และขอบคุณน้องๆ ที่แสดงให้เห็นว่าพลังของ Design Thinking นั้นเจ๋งแค่ไหน มาต่อยอดไอเดียของคุณให้เป็น “ธุรกิจจริง” ที่ builds CMU ครับ! #buildsCMU #DesignThinking #InnoMindLabCMU #ExLCamp2025 #TLICCMU #CMU #Entrepreneurship #Startup #Prototype #นวัตกรรม #ลูกช้างมช

Design Thinking คืออะไร ? ทำไมหลาย ๆ คนอยากเรียนเรื่องนี้ builds มีคำตอบ ✨

ผู้หญิงกำลังสอนกระบวนการ Design Thinking 5 ขั้นตอนบนไวท์บอร์ด โดยมีคนนั่งฟังในห้องประชุม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบทความ "Design Thinking คืออะไร"

คุณอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Design Thinking” ผ่านหูมาบ่อยครั้งในโลกธุรกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในวงการสตาร์ทอัพ เทคโนโลยี หรือแม้แต่องค์กรขนาดใหญ่ คำถามคือ Design Thinking คือ อะไรกันแน่? ทำไมมันถึงกลายเป็นทักษะสุดฮิตที่หลายคนยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าคอร์สเรียนรู้ พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด Design Thinking คือ กระบวนการคิดที่เน้นการทำความเข้าใจ “มนุษย์” หรือผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered) เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาที่ซับซ้อนและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบให้สวยงาม แต่เป็น “กระบวนการคิด” ที่มีขั้นตอนชัดเจน ซึ่งช่วยให้เรามองเห็นปัญหาได้ลึกซึ้งขึ้น และค้นพบทางออกที่ผู้ใช้ต้องการจริงๆ ในบทความนี้ builds จะมาสรุปให้ฟังว่าทำไมทักษะนี้ถึงสำคัญ และมันทำงานอย่างไร 💡 ทำไม Design Thinking ถึงกลายเป็นทักษะที่ทุกคนอยากเรียน? ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Disruption) ธุรกิจที่ “คิดแบบเดิม” หรือ “ทำแบบเดิม” มักจะอยู่รอดได้ยาก Design Thinking เข้ามาตอบโจทย์นี้ เพราะมันคือเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กร: 🚀 5 ขั้นตอนหลักของ Design Thinking คืออะไร แม้จะมีหลายสำนัก แต่หัวใจหลักของ Design Thinking มักประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้: 1. Empathize (เข้าใจปัญหา) นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด คือการทำความเข้าใจผู้ใช้หรือกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่สิ่งที่เขาพูด แต่ต้องเข้าใจความต้องการที่ซ่อนเร้น (Insights) ผ่านการสังเกต การสัมภาษณ์ หรือการเข้าไปคลุกคลี 2. Define (กำหนดปัญหาให้ชัดเจน) นำข้อมูลที่ได้จากขั้นแรกมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อ “ตีโจทย์” หรือกำหนดปัญหาหลักที่แท้จริงให้ชัดเจน (Problem Statement) ว่าเรากำลังจะแก้ปัญหาอะไรให้ใคร 3. Ideate (ระดมความคิด) เมื่อรู้ปัญหาแล้ว ก็ถึงเวลา “ปล่อยของ” หรือระดมความคิดสร้างสรรค์เพื่อหาทางแก้ไขให้ได้มากที่สุด ในขั้นตอนนี้เราเน้น “ปริมาณ” มากกว่า “คุณภาพ” ยังไม่ตัดสินว่าไอเดียไหนดีหรือไม่ดี 4. Prototype (สร้างต้นแบบ) เปลี่ยนไอเดียที่เลือกแล้วให้กลายเป็นต้นแบบที่จับต้องได้ ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ อาจจะเป็นแค่ภาพวาด (Sketch), โมเดลกระดาษ (Paper Prototype) หรือ Clickable Mockup เพื่อให้ทีมและผู้ใช้เห็นภาพตรงกัน 5. Test (ทดสอบ) นำต้นแบบที่สร้างขึ้นไปทดสอบกับผู้ใช้จริง เพื่อเก็บ Feedback ว่ามันเวิร์คหรือไม่เวิร์ค จุดไหนต้องปรับปรุง จากนั้นจึงวนกลับไปแก้ไข (Empathize, Define, Ideate, Prototype) จนกว่าจะได้ทางออกที่ดีที่สุด ⭐️ “builds” มีคำตอบ: ทำไม Design Thinking ถึงสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ ที่ builds เราเชื่อว่า Design Thinking ไม่ใช่แค่ “ทฤษฎี” แต่คือ “หัวใจ” ของการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพ ในบริบทของ builds ที่เรามุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) กระบวนการ Design Thinking คือเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ: บทสรุป Design Thinking คือ กระบวนการคิดเชิงออกแบบที่ทรงพลังในการแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรม โดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมทุกคน ตั้งแต่พนักงานในองค์กรไปจนถึงผู้ประกอบการที่กำลังสร้างธุรกิจ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะนี้ ที่ builds เราสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้กระบวนการนี้ เพื่อสร้างธุรกิจที่เข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน 🚀 เริ่มต้นเส้นทางผู้ประกอบการของคุณกับ builds CMU การเรียนรู้ Design Thinking คือ ก้าวแรกที่ยอดเยี่ยม แต่การ “ลงมือทำ” คือสิ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงจริง ที่ builds CMU เรามีโปรแกรมรองรับนักศึกษา มช. ทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสเตจไหนของเส้นทางธุรกิจ: builds IDEA: สำหรับคนที่มีแค่ “ใจ” หรือ “ไอเดียเริ่มต้น” อยากเรียนรู้การค้นหาปัญหา (Pain Point) และเปลี่ยนมันเป็นต้นแบบ (Prototype) ที่ทดสอบได้จริง builds SOLUTION: สำหรับคนที่มี “ของ” หรือต้นแบบอยู่ในมือแล้ว แต่อยากพัฒนาให้เป็น “ผลิตภัณฑ์ที่ขายได้จริง” สร้างโมเดลธุรกิจ และทดลองตลาด builds BUSINESS: สำหรับทีมที่พร้อมลุยเต็มตัว ก้าวสู่การ “จัดตั้งบริษัทจริง” เรียนรู้การบริหารจัดการธุรกิจ และขยายตลาด โอกาสมาถึงแล้ว! มาเปลี่ยนไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง สมัครเข้าร่วมโปรแกรมปั้นธุรกิจ หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดการสร้างผู้ประกอบการ หรือหลักสูตรที่น่าสนใจ อย่าลืมติดตาม builds !

รวม 3 กิจกรรม มช. “สายธุรกิจ” ที่ใครอยากเป็น ‘หัวแถว’ ต้องห้ามพลาด! (อัปเดตล่าสุด)

“หัวแถว” ไม่ได้สร้างในห้องเรียน! อยากเป็น “หัวแถว” แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? เปิดเทอมนี้ มาตั้งแถวใหม่กันกับ builds CMU! สำหรับนักศึกษา มช. ที่กำลังมองหา กิจกรรม มช. สุดเจ๋ง ที่จะเปลี่ยนไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง ที่นี่คือคำตอบ builds CMU คืออะไร? builds CMU คือพื้นที่ทดลองสำหรับ “นักศึกษาที่อยากทำธุรกิจ” ตัวจริง! เราคือโปรแกรมที่จะช่วยคุณเริ่มคิดไอเดีย ได้ลองทำจริง และเติบโตแบบก้าวกระโดด ครบจบทุกขั้นตอนบนเส้นทางผู้ประกอบการ พร้อมโอกาสรับทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 100,000 บาท! builds CMU สนับสนุนนักศึกษาทุกคนที่อยาก “เริ่ม ลอง และลงมือทำของจริง” 1. builds IDEA: กิจกรรม มช. ที่เป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจ 🙋🏻‍♀️ Small guy, Big Idea! 💥 ถ้าคนตัวเล็กอย่างเรา ดันมีความฝันที่ใหญ่… builds IDEA คือจุดเริ่มต้นแรกที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ สร้างสรรค์ และทดลองคิดอย่างผู้ประกอบการ จากการวิเคราะห์ปัญหา (Pain Point) สู่การตั้งโจทย์แนวคิดทางธุรกิจ และต่อยอดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) ที่สามารถทดสอบตลาดได้จริง! ไม่ว่าจะเป็นไอเดียจากห้องเรียน, ความอินส่วนตัว, เรื่องที่สนใจ, ปัญหาต่างๆ ที่เจอแล้วอยากแก้ไข จนถึงงานวิจัยของมหาวิทยาลัย… builds IDEA คือพื้นที่ให้ทดลอง! 🌟 Highlight (IDEA) 💰 Pitching Idea พิสูจน์ไอเดียและความเป็นไปได้ของคุณ พร้อมรับสิทธิ์เงินทุนสนับสนุนสูงสุด 5,000 บาท เพื่อนำไปต่อยอดสู่การขายจริงใน Stage ถัดไป 🚀 2. builds SOLUTION: ธุรกิจของฉัน ปั้นไงดี? 🪀 มีของอยู่แล้ว…แต่ยังไม่รู้จะขายยังไง? คุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า: builds SOLUTION คือขั้นตอนสำคัญที่จะพา Prototype หรือต้นแบบของคุณ ต่อยอดให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พร้อมออกสู่ตลาด” หากคุณคือนักศึกษา มช. ที่มีของอยู่ในมือและพร้อมจะพาไปสู่การสร้างโมเดลธุรกิจจริง นี่คือโครงการที่คุณไม่ควรพลาด! 🌟 Highlight (SOLUTION) 3. builds BUSINESS: ถึงเวลา “ตั้งบริษัทจริง ทำธุรกิจจริง” builds BUSINESS คือขั้นตอนสำคัญของเส้นทางผู้ประกอบการ ที่นักศึกษาจะได้ “จดทะเบียนบริษัทและดำเนินธุรกิจจริง” 🌟 Highlight (BUSINESS) เพราะเราไม่ได้แค่จบที่ “สร้างไอเดีย” แต่เราจะเป็น “ผู้ประกอบการรุ่นใหม่” ที่พร้อมเติบโตไปกับโลกธุรกิจจริง โอกาสมาถึงแล้ว! สมัครเลย ไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหน ในเส้นทางธุรกิจ builds พร้อมซัพพอร์ต เพื่อให้คุณได้ลงมือสร้าง “ธุรกิจจริง” ได้ (อย่าพลาด!) เจอกันครั้งแรก ในกิจกรรมชี้แจงรายละเอียดโครงการ มาฟังรายละเอียดเต็มๆ และถามคำถามที่สงสัยกันได้

ที่อ่านหนังสือ ใกล้ฉัน | รวมมาให้แล้ว 5 สถานที่อ่านหนังสือ สำหรับเด็ก มช. ปังปุ เปิดแอร์ฉ่ำ

ภาพปกบทความ "รวม 5 สถานที่อ่านหนังสือใน มช." แสดงรูปการ์ตูนนักศึกษาชายกำลังคิด และภาพตัวอย่าง 5 สถานที่ ได้แก่ builds CMU, Ko-op, SMC Hub, ศูนย์อาหาร และ ITSC

ใกล้ช่วงสอบทีไร เป็นต้องมองหา ที่อ่านหนังสือ ใกล้ฉัน บรรยากาศดีๆ กันใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะน้องๆ ชาว มช. (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) หรือคนที่อาศัยอยู่ย่านนี้ การหาที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ หรือที่นั่งทำงานกลุ่มดีๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก วันนี้ SEO Helper ! มัดรวม 5 พิกัดเด็ด สถานที่อ่านหนังสือใน มช. ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มาให้แล้ว รับรองว่าอ่านเพลิน สอบผ่านฉลุยแน่นอน! สอบครั้งนี้… อ่านหนังสือที่ไหนดีน้า? ชาว มช. ที่กำลังมองหาที่อ่านหนังสือ เตรียมตัวสอบ ห้ามพลาด! builds CMU ขอรวม 5 พิกัดเด็ดใน มช. ที่นั่งอ่านหนังสือก็ได้ ทำงานก็ดี บรรยากาศโดนใจ มาฝากกันครับ! __ 1. หอสมุด มช. (CMU Library) พิกัดคลาสสิกตลอดกาล! แหล่งรวมความรู้ บรรยากาศเงียบสงบ มีหนังสืออ้างอิงครบครัน เหมาะกับการโฟกัสแบบจัดเต็ม ใครต้องการสมาธิขั้นสุด ต้องที่นี่เลย https://share.google/g5abHrHHyW2fweIPx 2. builds CMU (แอบโปรโมทนิดนึง ) Co-working Space บรรยากาศดีๆ ของชาว มช. มีปลั๊กพร้อม อินเทอร์เน็ตแรง แอร์ฉ่ำ ๆ จะนั่งทำงานกลุ่ม หรือจะมานั่งปั่นงานเดี่ยวก็ปัง! https://share.google/SuaL8cHxUa29vNTir 3. SMC Hub (ENTANEER Co-Working Space @SMC Hub) อีกหนึ่ง Co-working Space เปิดใหม่ในคณะวิศวะ มช. โต๊ะเยอะ พื้นที่กว้างขวาง เหมาะกับการนัดติวกับเพื่อนๆ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการอ่านหนังสือแบบเดิมๆ 4. ศูนย์อาหาร มช. (CMU FOOD CENTER ) อ่านไปหิวไปก็ไม่หวั่น! สำหรับสายชิล ที่ชอบบรรยากาศคึกคักนิดๆ (ไม่เงียบเหงา) อ่านหนังสือไปพลาง กินข้าวไปพลาง เติมพลังได้ตลอดเวลา https://share.google/mFQLltt7mNHgn48tE 5. ITSC (สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ) สายคอมต้องที่นี่! มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพร้อมให้บริการ หรือใครจะพกโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานยาวๆ ก็สะดวกสบายสุดๆ https://share.google/E7jpOwSKt97YpFW0r __ แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ชอบไปอ่านหนังสือที่ไหนกันบ้าง? แชร์พิกัดลับ (หรือไม่ลับ) ของตัวเองใต้คอมเมนต์นี้ได้เลย! ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสอบนะครับ A มาเต็มๆ ! #buildsCMU#ที่อ่านหนังสือมช#ทีมมช#รีวิวมช#CMU#ลูกช้างมช สรุป: เลือกที่อ่านหนังสือ มช. ที่ใช่สำหรับคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเงียบที่ต้องการสมาธิ, สายทำงานกลุ่มที่ต้องใช้เสียง, หรือสายโต้รุ่งที่ต้องการที่สิงสถิตยันเช้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็มี สถานที่อ่านหนังสือ ดีๆ รองรับเสมอครับ หวังว่า 5 พิกัดนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ครั้งต่อไปที่เพื่อนๆ ค้นหา “ที่อ่านหนังสือ ใกล้ฉัน” ในย่าน มช. ก็เลือกจากลิสต์นี้แล้วพุ่งตัวไปจองที่นั่งได้เลย! อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ Blog – builds CMU

สตาร์ทอัพ มช. รวมตัว! builds CMU ขอบคุณทุกพลังที่มาร่วมงาน Happy 2nd Anniversary Startup Market

ภาพหมู่ผู้ร่วมงานและทีมงาน builds CMU ในกิจกรรม Happy 2nd Anniversary Startup Market ที่มีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพเข้าร่วมกว่า 200 คน

เสร็จสิ้นไปแล้วอย่างน่าประทับใจและอบอุ่นหัวใจ สำหรับกิจกรรม “Happy 2nd Anniversary builds Startup Market” ที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ พื้นที่ builds CMU ของเรา ทีมงาน builds CMU ขอใช้พื้นที่นี้กล่าวคำว่า “ขอบคุณจากใจ” ไปยังพี่น้องชาว สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สนใจในวงการธุรกิจทุกคน รวมแล้วกว่า 200 ชีวิต! ที่ได้สละเวลามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 2 ปีของเรา และร่วมกันสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง บรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของชาวสตาร์ทอัพ ตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยบรรยากาศของความคึกคัก การแลกเปลี่ยนความรู้ ไอเดียธุรกิจใหม่ๆ และการสร้างเครือข่าย (Networking) ที่ทรงคุณค่า เราได้เห็นประกายตาแห่งความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการหน้าใหม่ ได้ฟังเรื่องราวที่น่าสนใจจาก สตาร์ทอัพ รุ่นพี่ และได้เห็นการเชื่อมต่อที่อาจนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต ภาพของผู้คนจำนวนมากที่มารวมตัวกัน คือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า Ecosystem ของ สตาร์ทอัพ มช. กำลังเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ก้าวต่อไปของ builds และคอมมูนิตี้สตาร์ทอัพ ความสำเร็จของงานในครั้งนี้เป็นพลังและกำลังใจสำคัญให้ทีมงาน builds CMU มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อสนับสนุนและผลักดันวงการ สตาร์ทอัพ ต่อไป เราเชื่อมั่นว่าการมีคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่น คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เราขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่เป็นส่วนสำคัญในการเดินทางตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีเช่นนี้ตลอดไป แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมหน้า! #buildsCMU #StartupMarket #สตาร์ทอัพ #Startup #สตาร์ทอัพเชียงใหม่

ทีม MedTBac จาก CMU คว้าแชมป์ภาคเหนือในเวที Startup Thailand League 2025 🚀

ตัวแทนจาก Builds CMU เตรียมเข้าชิงระดับประเทศ กรกฎาคมนี้ ขอแสดงความยินดีกับ ทีม MedTBac นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่คว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 ระดับภูมิภาคภาคเหนือ ในเวที Startup Thailand League 2025: Regional Pitching ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และกำลังจะก้าวต่อไปในรอบ ชิงแชมป์ระดับประเทศ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 นี้ ทีม MedTBac เป็นหนึ่งในทีมที่ได้รับการบ่มเพาะผ่านโครงการ Builds CMU โดย อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นการผลักดันนักศึกษาให้ต่อยอดไอเดียนวัตกรรมสู่โมเดลธุรกิจที่ใช้งานได้จริง และมีศักยภาพในการเติบโตเป็นสตาร์ตอัปคุณภาพ 🏆 สรุปผลการแข่งขันระดับภูมิภาคภาคเหนือ จากทีมที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 45 ทีม จาก 9 มหาวิทยาลัยภาคเหนือ มีผลการตัดสินดังนี้: ลำดับ ทีม มหาวิทยาลัย 🥇 อันดับ 1 MedTBac มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 🥈 อันดับ 2 KLORA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 🥉 อันดับ 3 POTENT มหาวิทยาลัยพะเยา 💡 พลังของเวที Startup Thailand League เวทีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้นำเสนอแนวคิดนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ปัญหาจริงของสังคม พร้อมพัฒนาแผนธุรกิจที่สามารถขับเคลื่อนไปสู่การเป็นผู้ประกอบการสตาร์ตอัป โดยในรอบภูมิภาคนี้มีการจัดขึ้นทั้งหมด 4 ภูมิภาค ได้แก่: โดยแต่ละภูมิภาคจะส่ง 3 ทีมอันดับต้น เข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ 👥 คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ การแข่งขันได้รับเกียรติจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิถึง 16 ท่าน จากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือผู้ประกอบการรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จในวงการสตาร์ตอัป เช่น: 🚀 Builds CMU ขอส่งแรงใจ Builds CMU ขอยินดีกับทีม MedTBac อีกครั้ง และจะร่วมสนับสนุนการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในเวทีระดับประเทศ หวังว่าความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้จากการลงสนามจริงในครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเติบโตของสตาร์ตอัปจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ติดตามเส้นทางของทีม MedTBac และข่าวสารจาก Builds CMU ได้ทาง:🔗 Facebook: Builds CMU🌐 เว็บไซต์: buildscmu.ac.th