มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับการสนับสนุนนักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเรียนในห้องเรียน แต่ยังเป็นพื้นที่ให้นักศึกษาได้ทดลองคิด ทดลองสร้าง และพัฒนาไอเดียของตัวเองไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ ผ่านกิจกรรมด้านนวัตกรรม Startup การพัฒนาต้นแบบ และการทดลองกับตลาดจริง สำหรับนักศึกษาที่มีไอเดีย อยากสร้างธุรกิจ หรือแม้แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน การอยู่ในมหาวิทยาลัยถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะรอบตัวมีทั้งเพื่อนต่างสาขา อาจารย์ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ พื้นที่ทดลอง และ Community ที่สามารถช่วยเปลี่ยนความสนใจเล็ก ๆ ให้กลายเป็นการลงมือทำได้ หนึ่งในกลไกที่สนับสนุนเส้นทางนี้ คือ builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program โปรแกรมสร้าง Startup และผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเริ่มได้ตั้งแต่ยังไม่มีไอเดีย ไปจนถึงการพัฒนาต้นแบบ ทดลองตลาด และต่อยอดเป็นธุรกิจจริง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับการเรียนรู้ที่มากกว่าห้องเรียน การเรียนในมหาวิทยาลัยช่วยให้นักศึกษา ได้รับความรู้จากศาสตร์ที่ตัวเองสนใจ แต่การสร้างผู้ประกอบการต้องอาศัยทักษะมากกว่าความรู้เพียงด้านเดียว นักศึกษาต้องเรียนรู้การสังเกตปัญหา เข้าใจผู้ใช้ คิดวิธีแก้ปัญหา ทำงานร่วมกับคนอื่น ทดลองไอเดีย และปรับปรุงสิ่งที่สร้างขึ้นจาก Feedback ที่ได้รับ ทักษะเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการเปิดบริษัทจริงตั้งแต่วันแรก นักศึกษาสามารถเริ่มจากโปรเจกต์เล็ก ๆ ทดลองขายสินค้า ทำบริการ ทดลองสร้าง Prototype หรือพัฒนาไอเดียเพื่อแก้ปัญหาที่ตัวเองพบในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจาก “คิดว่าน่าจะทำได้” ไปสู่ “ลองทำ แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น” กระบวนการนี้ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถเป็นพื้นที่ทดลองที่ช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์จริงได้ ทำไม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงเหมาะกับการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ ข้อได้เปรียบ ของการเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา คือเรายังอยู่ท่ามกลางทรัพยากรและผู้คนจากหลากหลายศาสตร์ ไอเดียธุรกิจหนึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากคนเพียงสาขาเดียว นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์อาจมีเทคโนโลยี แต่ต้องการเพื่อนด้านการตลาด นักศึกษาด้านสุขภาพอาจเข้าใจปัญหาของผู้ใช้ แต่ต้องการคนช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ นักศึกษาด้านศิลปะหรือการสื่อสารอาจมองเห็นประสบการณ์ใหม่ที่สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและบริการ ขณะที่นักศึกษาด้านบริหารธุรกิจอาจช่วยเปลี่ยนไอเดียเหล่านั้นให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่สามารถทดลองกับตลาดได้ เมื่อคนจากหลายศาสตร์มาทำงานร่วมกัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงสามารถเป็นพื้นที่เชื่อมต่อความรู้ ไอเดีย และความสามารถที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างโครงการและธุรกิจรูปแบบใหม่ได้ จากปัญหาเล็ก ๆ สู่ไอเดียธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “ธุรกิจอะไรทำแล้วรวย?” แต่สามารถเริ่มจากคำถามที่ง่ายกว่านั้นว่า “มีปัญหาอะไรที่เราอยากแก้?” ตัวอย่างเช่น เมื่อพบปัญหาแล้ว ขั้นตอนถัดไปไม่ใช่การรีบสร้างผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ที่สุด แต่คือการตรวจสอบก่อนว่า คนอื่นมีปัญหานี้จริงหรือไม่ เส้นทางง่าย ๆ สามารถเริ่มจาก Problem → Customer → Idea → Prototype → MVP → Market Test ถ้าผู้ใช้ไม่สนใจ เราเรียนรู้และปรับใหม่ ถ้าผู้ใช้เริ่มสนใจ เราจึงค่อยลงทุนเวลาและทรัพยากรเพื่อพัฒนาต่อ นี่คือหนึ่งในทักษะสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการที่นักศึกษาสามารถเริ่มฝึกได้ตั้งแต่ยังอยู่ในมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนับสนุนนักศึกษาให้เริ่มธุรกิจได้อย่างไร การสร้างผู้ประกอบการไม่ได้เกิดจากการจัดอบรมเพียงครั้งเดียว แต่ต้องมีพื้นที่ให้นักศึกษาได้ทดลองอย่างต่อเนื่อง นักศึกษาบางคนอาจอยู่ในช่วงที่ยังไม่มีไอเดีย บางคนมีไอเดียแล้วแต่ยังไม่มีทีม บางทีมเริ่มสร้าง Prototype บางทีมมีผลิตภัณฑ์แล้วและกำลังหาลูกค้ากลุ่มแรก ดังนั้น การสนับสนุนจึงต้องแตกต่างกันในแต่ละ Stage สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้น สิ่งที่ต้องการอาจเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อนใหม่ และโอกาสในการสำรวจปัญหา เมื่อเริ่มมีไอเดีย สิ่งที่ต้องการอาจเปลี่ยนเป็น Mentor เครื่องมือในการพัฒนาต้นแบบ หรือพื้นที่สำหรับทดสอบ และเมื่อมีผลิตภัณฑ์ สิ่งสำคัญอาจกลายเป็นการทดลองตลาด การหา Business Model และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่เหมาะสม builds CMU พื้นที่ให้นักศึกษาได้ลองเป็นผู้ประกอบการ builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program เป็นพื้นที่หนึ่งสำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้ด้าน Startup และการเป็นผู้ประกอบการ แนวคิดของ builds คือ นักศึกษาไม่จำเป็นต้องมีธุรกิจอยู่ก่อนแล้วจึงจะเข้าร่วมได้ ยังไม่มีไอเดียก็เริ่มได้ นักศึกษาสามารถเริ่มจากการเข้าร่วมกิจกรรม พบเพื่อนจากต่างคณะ เรียนรู้จากผู้ประกอบการ ทดลองคิดไอเดีย และค่อย ๆ พัฒนาความสนใจของตัวเองไปสู่สิ่งที่จับต้องได้ เมื่อมีไอเดียแล้ว เส้นทางสามารถพัฒนาต่อไปสู่การสร้างทีม การทำ Prototype และ MVP รวมถึงการทดลองกับตลาดจริง โดยมี Mentor และผู้เชี่ยวชาญช่วยสนับสนุนระหว่างทาง จุดสำคัญจึงไม่ใช่การบอกให้นักศึกษาทุกคนต้องเปิดบริษัท แต่คือการสร้างโอกาสให้ทุกคนได้ “ลอง” ลองคิด ลองสร้าง ลองขาย ลองคุยกับลูกค้า และลองเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง Community ช่วยให้นักศึกษาเริ่มต้นง่ายขึ้น หนึ่งในอุปสรรคของนักศึกษาที่อยากเริ่มทำธุรกิจคือ “อยากทำ แต่ไม่มีเพื่อนทำด้วย” การสร้าง Community จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Startup Ecosystem เมื่อนักศึกษาจากหลายคณะได้มาเจอกัน คนที่มีทักษะต่างกันสามารถสร้างทีมร่วมกันได้ คนหนึ่งอาจเขียนโปรแกรม อีกคนออกแบบ อีกคนเข้าใจลูกค้า อีกคนขายเก่ง การมี Community ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจไม่จำเป็นต้องเกิดจากคนที่รู้ทุกอย่างเพียงคนเดียว builds ยังทำงานร่วมกับ Startup Club ในหลายคณะ เพื่อสร้างพื้นที่ให้นักศึกษาได้เริ่มต้นจากความสนใจและความเชี่ยวชาญในสาขาของตัวเอง ก่อนเชื่อมต่อกับนักศึกษาจากศาสตร์อื่น ๆ จากไอเดีย สู่ Prototype และ MVP ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยในการเริ่มธุรกิจคือการใช้เวลานานเกินไปกับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่คิดว่า “สมบูรณ์แบบ” แต่สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างสิ่งที่ง่ายพอให้ผู้ใช้ทดลองได้เร็ว Prototype แรกอาจเป็นเพียง เมื่อมีคนทดลองใช้ เราจะเริ่มได้รับข้อมูลว่าอะไรควรทำต่อและอะไรไม่จำเป็น หลังจากนั้นจึงค่อยพัฒนาไปสู่ MVP หรือ Minimum Viable Product ที่สามารถใช้ทดสอบสมมติฐานสำคัญของธุรกิจกับตลาดจริงได้ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยากเริ่มธุรกิจ ควรเริ่มตรงไหน ถ้าคุณเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกำลังคิดว่าอยากลองทำธุรกิจ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร ลองเริ่มจาก 5 ขั้นตอนนี้ 1. มองหาปัญหาใกล้ตัว สังเกตว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ตัวเองหรือคนรอบตัวเสียเวลา เสียเงิน หรือรู้สึกไม่สะดวก 2. คุยกับคนที่มีปัญหานั้น อย่าเพิ่งรีบขายไอเดีย ลองถามและฟังว่าปัญหาที่เราคิดว่าสำคัญนั้นสำคัญกับเขาจริงหรือไม่ 3. สร้างวิธีแก้ที่ง่ายที่สุด ไม่จำเป็นต้องสร้าง Application หรือผลิตสินค้าจำนวนมากตั้งแต่แรก 4. ให้คนจริงทดลอง เก็บ Feedback และสังเกตพฤติกรรม ไม่ใช่ถามเพียงว่า “ชอบไหม?” 5. ปรับแล้วทดลองอีกครั้ง ถ้าสิ่งแรกไม่เวิร์ก ไม่ได้หมายความว่าเราทำธุรกิจไม่ได้ แต่หมายความว่าเราเพิ่งได้ข้อมูลใหม่สำหรับการทดลองครั้งต่อไป การเป็นผู้ประกอบการไม่ได้จำกัดอยู่แค่คณะบริหารธุรกิจ นักศึกษาทุกศาสตร์สามารถพัฒนาทักษะผู้ประกอบการได้ เพราะหัวใจของ Entrepreneurship ไม่ได้อยู่ที่การจดทะเบียนบริษัทหรือการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการมองเห็นปัญหา สร้างคุณค่า ทดลองแนวทางแก้ไข และทำให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริง ทักษะเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับ Startup ธุรกิจครอบครัว งานวิจัยและนวัตกรรม Social Enterprise การทำงานในองค์กร หรือแม้แต่การสร้างโครงการใหม่ภายในบริษัท ดังนั้น ต่อให้สุดท้ายไม่ได้เลือกเป็นเจ้าของธุรกิจ ประสบการณ์จากการทดลองเป็นผู้ประกอบการก็ยังสามารถกลายเป็นทักษะสำคัญสำหรับการทำงานในอนาคตได้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่ดีสำหรับการเริ่มทดลอง ช่วงเวลาที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นช่วงที่นักศึกษาสามารถเข้าถึงผู้คน ความรู้ ทรัพยากร และโอกาสในการทดลองได้จำนวนมาก บางไอเดียอาจไปต่อ บางไอเดียอาจต้องเปลี่ยน บาง Prototype อาจไม่มีใครใช้ และบางทีมอาจค้นพบโอกาสที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน สิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้แบบผู้ประกอบการ บทบาทของมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้มีเพียงการเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสมัครงานหลังเรียนจบ แต่ยังสามารถเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้นักศึกษาได้ทดลอง สร้างงาน สร้างนวัตกรรม และสร้างธุรกิจของตัวเอง สำหรับนักศึกษาที่อยากเริ่มต้น สามารถติดตามกิจกรรม Community และเส้นทางการพัฒนา Startup จาก builds CMU เพื่อเริ่มจากจุดที่ตัวเองอยู่ในวันนี้ได้ เพราะธุรกิจแรกอาจไม่ได้เริ่มจากคำว่า “ฉันอยากเป็นผู้ประกอบการ” แต่อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “ปัญหานี้ เราทำให้มันดีขึ้นได้ไหม?” รู้จัก builds CMU พื้นที่สำหรับนักศึกษาที่อยากลองเริ่มต้น หากคุณเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สนใจเรื่อง Startup การทำธุรกิจ หรือนวัตกรรม แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่คุณสามารถเข้ามาลองเรียนรู้และค้นหาเส้นทางของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องมีทีม และไม่จำเป็นต้องมีไอเดียที่พร้อมตั้งแต่วันแรก คุณสามารถเริ่มจากการเข้าร่วมกิจกรรม ทำความรู้จักเพื่อนจากต่างคณะ เรียนรู้จาก Mentor และผู้ประกอบการ หรือทดลองพัฒนาไอเดียเล็ก ๆ ให้กลายเป็น Prototype และ MVP ที่สามารถนำไปทดสอบกับผู้ใช้จริงได้ เพราะการเป็นผู้ประกอบการอาจไม่ได้เริ่มจากการมีคำตอบที่ชัดเจนที่สุด แต่อาจเริ่มจากการได้อยู่ในพื้นที่ที่ทำให้เรา กล้าคิด กล้าลอง และกล้าลงมือทำ ถ้าคุณอยากลองเริ่มต้น สามารถทำความรู้จักกิจกรรม โปรแกรม และ Community ของ builds CMU แล้วเลือกจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับตัวเองได้เลย รู้จัก builds CMU และดูกิจกรรมสำหรับนักศึกษา →
รับน้องรถไฟ มช. – เส้นทางสู่การเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัย | ประเพณีสุดอบอุ่นของนักศึกษา มช.

มีบางการเดินทางที่ไม่ได้พาเราไปแค่ “สถานที่ใหม่”แต่พาเราไปเจอ “ชีวิตใหม่” สำหรับนักศึกษาใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การเดินทางนั้นอาจเริ่มต้นจากตั๋วรถไฟหนึ่งใบ กระเป๋าหนึ่งใบ และหัวใจที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกลายเป็นความทรงจำแรกของคำว่า ลูกช้าง มช. นี่คือเสน่ห์ของ รับน้องรถไฟ มช. ประเพณีต้อนรับนักศึกษาใหม่ที่อบอุ่นที่สุดกิจกรรมหนึ่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กิจกรรมปีนี้ จัดขึ้นในวันที่ 6–7 มิถุนายน 2569 เส้นทางจาก สถานีรถไฟหัวลำโพงสู่ศาลาธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการเดินทางที่พานักศึกษาใหม่เข้าสู่รั้ว มช. พร้อมเพื่อนใหม่ รุ่นพี่ และบรรยากาศของการเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัว รับน้องรถไฟ มช. คืออะไร รับน้องรถไฟ มช. คือประเพณีต้อนรับนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่พาลูกช้างเชือกใหม่เดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่ แต่ถ้า ถามเด็ก มช. หลายคน กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นแค่การนั่งรถไฟข้ามจังหวัด มันคือ การเดินทางครั้งแรกของชีวิตมหาวิทยาลัยคือ ช่วงเวลาที่คนแปลกหน้าค่อย ๆ กลายเป็นเพื่อนคือ จุดเริ่มต้นของการรู้จักรุ่นพี่คือ โมเมนต์แรกที่ทำให้คำว่า “มช.” ไม่ได้เป็นแค่ชื่อมหาวิทยาลัย แต่เริ่มกลายเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง ระหว่างทาง นักศึกษาใหม่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกับรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่น เช่น ร้องเพลงมหาวิทยาลัย เพลงคณะ ทำความรู้จักกัน และเรียนรู้วัฒนธรรมของการเป็นลูกช้าง ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ช่วยให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเชียงใหม่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป ทำไม รับน้องรถไฟ มช. ถึงสำคัญกับนักศึกษาใหม่ ชีวิตมหาวิทยาลัยไม่ได้เริ่มต้นแค่วันเปิดเทอม สำหรับหลายคน มันเริ่มตั้งแต่วันที่ต้องเก็บกระเป๋า ออกจากบ้าน เดินทางมาอยู่เมืองใหม่ และเริ่มใช้ชีวิตด้วยตัวเอง บางคน เพิ่งเคยห่างบ้านบางคน ยังไม่รู้จักเพื่อนในคณะบางคน ยังไม่เคยมาเชียงใหม่บางคน ตื่นเต้นมาก แต่ก็แอบกังวลไม่แพ้กัน รับน้องรถไฟ มช. จึงทำหน้าที่เหมือน “สะพาน” ที่พานักศึกษาใหม่ค่อย ๆ ข้ามจากชีวิตมัธยม สู่ชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างอบอุ่น บนขบวนรถไฟ ทุกคนมีจุดหมายเดียวกันทุกคนกำลังเริ่มต้นใหม่เหมือนกันและทุกคนกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว มช. เหมือนกัน นั่นคือเหตุผลที่กิจกรรมนี้ถูกพูดถึงทุกปี ไม่ใช่เพราะความยิ่งใหญ่ของขบวนรถไฟ แต่เพราะความรู้สึกเล็ก ๆ ระหว่างทางที่หลายคนจำได้ไม่ลืม จากหัวลำโพงสู่เชียงใหม่ เส้นทางที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ภาพจำของ รับน้องรถไฟ มช. คือขบวนรถไฟที่เริ่มต้นจากสถานีหัวลำโพง มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ พร้อมนักศึกษาใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย จากหัวลำโพงสู่เชียงใหม่ เส้นทางที่เต็มไปด้วยความทรงจำ การเดินทางของลูกช้าง มช. เริ่มต้นที่ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ หรือหัวลำโพง ก่อนมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ผ่านสถานีสำคัญที่อบอวลไปด้วยการต้อนรับจากรุ่นพี่ ศิษย์เก่า และชาว มช. ตลอดเส้นทาง ได้แก่ หัวลำโพง → ลพบุรี → นครสวรรค์ → พิษณุโลก → ลำปาง → เชียงใหม่แต่ละสถานีไม่ได้เป็นเพียงจุดจอดรถไฟ แต่คือ “จุดรับพลังใจ” ที่ทำให้นักศึกษาใหม่รู้สึกว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ปลายทางเป็นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ ความอบอุ่น และความทรงจำตั้งแต่ก้าวแรกของการเป็นลูกช้าง มช. แต่ระหว่างทาง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่การเดินทาง มีเสียงหัวเราะมีการแนะนำตัวมีการร้องเพลงมีเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักมีรุ่นพี่ที่คอยดูแลและมีความรู้สึกว่า “เราไม่ได้เดินทางคนเดียว” ในทุก ๆ ปี เส้นทางรถไฟสายนี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่แรกที่ลูกช้างได้เรียนรู้ว่า ชีวิตใน มช. ไม่ได้มีแค่การเรียน แต่ยังมีเพื่อน รุ่นพี่ คอมมูนิตี้ และประสบการณ์อีกมากมายรออยู่ สิ่งที่นักศึกษาใหม่ได้จากรับน้องรถไฟ มช. 1. ได้เพื่อนกลุ่มแรกก่อนเปิดเทอม หนึ่งในความกังวลของนักศึกษาใหม่คือ “จะมีเพื่อนไหม” รับน้องรถไฟช่วยให้คำถามนี้เบาลง เพราะบนขบวนรถไฟ เราจะได้เจอเพื่อนร่วมคณะ เพื่อนต่างคณะ และเพื่อนร่วมรุ่นที่กำลังเริ่มต้นเหมือนกัน บางคนเริ่มคุยกันจากคำถามง่าย ๆ อย่าง “อยู่คณะอะไร”บางคนเริ่มสนิทกันจากกิจกรรมบนรถไฟบางคนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปตลอดชีวิตมหาวิทยาลัย 2. ได้รู้จักรุ่นพี่แบบเป็นกันเอง รุ่นพี่ในกิจกรรมนี้ไม่ได้มาแค่พาเล่นกิจกรรม แต่ยังเป็นคนที่ช่วยให้น้องใหม่เข้าใจชีวิต มช. มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การใช้ชีวิตในเชียงใหม่ การอยู่หอ การเดินทางในมหาวิทยาลัย กิจกรรมคณะ หรือเรื่องเล็ก ๆ ที่เด็กใหม่อาจยังไม่รู้ รุ่นพี่คือคนที่ช่วยทำให้การเริ่มต้นง่ายขึ้น 3. ได้สัมผัสวัฒนธรรมลูกช้างตั้งแต่วันแรก คำว่า “ลูกช้าง” ไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์ของนักศึกษา มช. แต่มันคือความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเดียวกัน รับน้องรถไฟทำให้นักศึกษาใหม่ได้สัมผัสวัฒนธรรมนี้ตั้งแต่วันแรก ผ่านเพลง ผ่านกิจกรรม ผ่านบรรยากาศ และผ่านการต้อนรับจากรุ่นพี่ ศิษย์เก่า และชาว มช. รับน้องรถไฟจบลง แต่ชีวิตนักศึกษาเพิ่งเริ่มต้น เมื่อขบวนรถไฟถึงเชียงใหม่ การเดินทางของกิจกรรมอาจจบลง แต่ชีวิตนักศึกษา มช. เพิ่งเริ่มจริง ๆ หลังจากนั้น นักศึกษาใหม่จะได้เจอกับห้องเรียน คณะ เพื่อน ชมรม กิจกรรม เวิร์กช็อป โปรเจกต์ และโอกาสอีกมากมายในรั้วมหาวิทยาลัย บางคนอาจค้นพบว่าตัวเองชอบกิจกรรมบางคนอาจค้นพบว่าชอบทำวิจัยบางคนอาจเริ่มทำคอนเทนต์บางคนอาจเริ่มสนใจธุรกิจบางคนอาจมีไอเดียที่อยากลองเปลี่ยนให้เป็นของจริง เพราะชีวิตใน มช. ไม่ได้มีไว้แค่เรียนให้จบแต่มันคือช่วงเวลาที่เราได้ลองคิด ลองทำ ลองผิดพลาด และลองสร้างเส้นทางของตัวเอง จากลูกช้างใหม่ สู่คนที่กล้าสร้างอนาคตกับ builds CMU หลังจาก รับน้องรถไฟ พาเรามาถึงจุดเริ่มต้นของชีวิตมหาวิทยาลัยแล้ว คำถามต่อไปคือ เราจะใช้ชีวิตใน มช. ให้คุ้มที่สุดได้อย่างไร? ถ้าคุณเป็นนักศึกษา มช. ที่มีไอเดีย อยากลองทำธุรกิจ อยากสร้างโปรเจกต์ อยากมีทีม อยากเรียนรู้ Startup หรืออยากเปลี่ยนสิ่งที่สนใจให้กลายเป็นโอกาสจริง builds CMU คือพื้นที่ที่น่าเริ่มต้น builds CMU คือโปรแกรมสร้างสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สนับสนุนนักศึกษาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของไอเดีย ไปจนถึงการพัฒนาต้นแบบ ทดสอบตลาด และต่อยอดสู่ธุรกิจจริง โดยมีทั้งเวิร์กช็อป การสร้างทีม Mentor และผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยดูแล พูดง่าย ๆ คือ ถ้ารับน้องรถไฟคือขบวนที่พาเราเข้าสู่ มช.builds CMU ก็อาจเป็นอีกขบวนที่พาเราออกไปสร้างอนาคตของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีบริษัทไม่จำเป็นต้องมีทีมใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ธุรกิจมาก่อนแค่มีความอยากลอง อยากเรียนรู้ และอยากลงมือทำ ก็เริ่มต้นได้ รับน้องรถไฟ มช. คือจุดเริ่มต้น แต่เส้นทางต่อไปเราเป็นคนเลือกเอง รับน้องรถไฟ คือประเพณีสุดอบอุ่นที่พานักศึกษาใหม่เข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างมีความหมาย มันคือการเดินทางที่เต็มไปด้วยเพื่อนใหม่ รุ่นพี่ เสียงหัวเราะ ความตื่นเต้น และความทรงจำแรกของการเป็นลูกช้าง แต่หลังจากขบวนรถไฟมาถึงเชียงใหม่แล้ว เส้นทางชีวิตนักศึกษาของแต่ละคนจะเริ่มแตกต่างกัน บางคนเลือกเรียนให้สุดบางคนเลือกทำกิจกรรมบางคนเลือกค้นหาตัวเองบางคนเลือกเริ่มสร้างบางอย่างตั้งแต่ยังเรียนอยู่ และถ้าคุณเป็นนักศึกษา มช. ที่อยากเปลี่ยนไอเดียให้เป็นของจริง อยากลองทำธุรกิจ อยากมีทีม อยากมี Mentor และอยากใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยให้มากกว่าแค่การเรียน builds CMU พร้อมเป็นพื้นที่ให้คุณเริ่มต้น จากตั๋วใบแรกของรับน้องรถไฟสู่ก้าวแรกของการสร้างอนาคต ชีวิตลูกช้างไม่ได้จบที่การเดินทางมาถึง มช.แต่มันเริ่มต้นตรงนี้ — และคุณคือคนเลือกเส้นทางต่อไปเอง
builds Mini Pitching ปลุกพลังไอเดียและโซลูชันสุดเจ๋ง! ก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้ประกอบการตัวจริงกับ builds CMU

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ builds CMU เต็มไปด้วยพลังและความตื่นเต้นครับ! เพราะนี่คือวัน “builds Pitching” กิจกรรมครั้งสำคัญที่เป็นเหมือนสนามทดสอบความแกร่งของเหล่านักศึกษาและว่าที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่พร้อมจะเปลี่ยน “ความคิด” ให้กลายเป็น “ความจริง” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้เราจัดหนักจัดเต็มพร้อมกันถึง 2 กิจกรรมหลัก คือ builds IDEA และ builds SOLUTION ซึ่งถือเป็น Milestone สำคัญของโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อผลักดัน Startup ในระยะเริ่มต้น (Early Stage) ให้มีทิศทางที่ชัดเจนและมีทุนตั้งต้นในการขยับขยายธุรกิจ 2 เวที 2 เป้าหมาย – เพราะทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากก้าวที่ถูกต้อง การ Pitching ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ แต่คือการคัดเลือกทีมที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา (Pain Points) ของสังคมและอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับตามความพร้อมของทีม: 1. builds IDEA: ปั้นฝันให้มีรูปทรง สำหรับทีมในระดับ builds IDEA เป้าหมายคือการตกผลึกความคิดและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโมเดลธุรกิจเบื้องต้น ทีมที่ผ่านการคัดเลือกในระดับนี้จะได้รับเงินทุนสนับสนุน 5,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาตลาด ค้นหา Insight เพิ่มเติม หรือสร้างตัวอย่างผลงานต้นแบบ (Prototype) ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าไอเดียของคุณมี “ที่ว่าง” ในตลาดจริงๆ หรือไม่ 2. builds SOLUTION: ทดสอบจริง เจ็บจริง และเติบโตจริง ในส่วนของ builds SOLUTION นี่คือเวทีสำหรับทีมที่มี Product หรือ Solution ที่ชัดเจนแล้ว และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการ Test Your Idea With Customer โดยแต่ละทีมที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 35,000 บาท! เงินทุนจำนวนนี้ไม่ใช่แค่รางวัลครับ แต่มันคือ “เชื้อเพลิง” ที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อทำ User Testing และการเตรียมความพร้อมเพื่อออกสู่ตลาด (Go-to-Market) ในก้าวถัดไป เจาะลึกมุมมองจาก “กรรมการ” ผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้า ความพิเศษของงาน builds Pitching 2569 คือเราได้รับเกียรติจากคณะกรรมการ 3 ท่าน ที่นำเอาประสบการณ์จากโลกธุรกิจและเทคโนโลยีมาช่วยตบไอเดียของน้องๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ประกอบด้วย: คำแนะนำจากกรรมการทั้ง 3 ท่าน ไม่ได้มีแค่คำชม แต่คือการ “Challenge” ให้ทุกทีมกลับไปตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ธุรกิจของเราสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนได้จริงไหม?” ซึ่งนี่คือสิ่งที่ builds SPECIAL อย่างผมประทับใจมาก เพราะมันคือการสอนให้คนรุ่นใหม่คิดแบบเหตุและผล (Logical Thinking) และมองโลกตามความเป็นจริง ก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม: จาก Pitching สู่ การลุยธุรกิจอย่างจริงจัง ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับการคัดเลือกในรอบนี้ครับ! พวกคุณคือกลุ่มคนที่มีศักยภาพและมีความกล้าหาญในการเริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่วัยเรียน สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้: ทุกทีมที่ได้รับทุนสนับสนุนจะไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยวครับ เพราะที่ builds CMU เรามี Roadmap การพัฒนาที่เข้มข้นรออยู่: เงินทุน 5,000 และ 35,000 บาท คือ “โอกาสแรก” แต่ความสำเร็จที่ยั่งยืนจะเกิดจากความเพียรพยายามและการปรับตัว (Pivot) ตามเสียงสะท้อนของตลาดครับ บทสรุปจาก builds SPECIAL 🚀 ในฐานะที่ผมช่วยดูแลโปรเจกต์นี้ ผมเห็นความตั้งใจของน้องๆ ทุกคนผ่านแววตาและ Presentation ที่นำเสนอออกมา งาน builds Pitching ครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “เชียงใหม่และ มช. คือแหล่งบ่มเพาะ Startup ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่ง” ผมเชื่อมั่นว่าผลงานที่ผ่านการคัดเลือกในวันนี้ จะไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้ากระดาษหรือในห้อง Pitching เท่านั้น แต่จะเติบโตเป็นธุรกิจที่สร้างนวัตกรรม สร้างอาชีพ และสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต ขอเป็นกำลังใจให้ทุกทีมเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่ครับ “Start Business From Your Idea” และ “Test Your Idea With Customer” คือหัวใจสำคัญที่เราจะยึดถือร่วมกันต่อไป! หากใครที่พลาดโอกาสในรอบนี้ไป อย่าเพิ่งท้อนะครับ builds CMU ยังมีกิจกรรมดีๆ และพื้นที่สนับสนุนรอคุณอยู่เสมอ ติดตามเราไว้ให้ดีครับ! #buildsCMU #buildsSolution #buildsIDEA #CMU #Entrepreneurship #StartupThailand #ChiangMaiUniversity #Innovation
builds เลือกมาเล่า “รับน้องขึ้นดอย” ประเพณีคู่ มช. ที่เป็นมากกว่าแค่การเดินขึ้นดอย

รับน้องขึ้นดอย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2569 จัดวันไหน? รวมกำหนดการ เส้นทาง และวิธีเตรียมตัว รับน้องขึ้นดอย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 มีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่นักศึกษาใหม่ มช. รอคอย กับการร่วมเดินจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร สำหรับใครที่กำลังค้นหาว่า รับน้องขึ้นดอย มช. 2569 วันไหน เดินกี่กิโลเมตร เริ่มจากไหน ต้องเตรียมอะไร และกำหนดการเป็นอย่างไร builds รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ไว้ในบทความนี้ พร้อมอัปเดตข้อมูลของปี 2569 เมื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม สรุปรับน้องขึ้นดอย มช. 2569 ข้อมูล รายละเอียด วันจัดกิจกรรม วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 กิจกรรม ประเพณีรับน้องขึ้นดอย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุดเริ่มต้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุดหมาย วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ระยะทาง ประมาณ 12–14 กิโลเมตร ตามจุดเริ่มต้นและเส้นทางของขบวน ผู้เข้าร่วมหลัก นักศึกษาใหม่ รุ่นพี่ นักศึกษาเก่า บุคลากร และชาว มช. กำหนดการรายคณะ รอประกาศอย่างเป็นทางการ รับน้องขึ้นดอย มช. 2569 จัดวันไหน ? ประเพณี รับน้องขึ้นดอย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 กำหนดจัดในวัน เสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 วันดังกล่าวถูกระบุไว้ในปฏิทินการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอยู่ในกำหนดกิจกรรมสำคัญของมหาวิทยาลัยประจำปี 2569 อย่างไรก็ตาม เวลาตั้งขบวน เวลาปล่อยขบวนของแต่ละคณะ รายละเอียดพิธีเปิด ตลอดจนมาตรการจราจร อาจมีการประกาศเพิ่มเติมในช่วงใกล้วันจัดงาน ดังนั้นนักศึกษาควรติดตามข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสโมสรนักศึกษาของแต่ละคณะอีกครั้ง builds จะอัปเดตข้อมูลในหน้านี้เมื่อมีกำหนดการอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม รับน้องขึ้นดอย มช. คืออะไร? หากถามว่า “ความเป็นลูกช้าง มช. เริ่มต้นที่ตรงไหน?” สำหรับหลายคน หนึ่งในคำตอบคงหนีไม่พ้นวันที่ได้เดินขึ้นดอยสุเทพพร้อมเพื่อน รุ่นพี่ และคนในคณะเดียวกัน ประเพณีรับน้องขึ้นดอย หรือประเพณีการนำนักศึกษาใหม่ขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ เป็นกิจกรรมสำคัญที่อยู่คู่กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย นักศึกษาจากแต่ละคณะจะรวมตัวกันเป็นขบวน ก่อนเดินจากพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เพื่อสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพและร่วมสืบสานประเพณีของชาว มช. แต่สิ่งที่ทำให้รับน้องขึ้นดอยเป็นมากกว่าการ “เดินขึ้นดอย” คือระหว่างทางเราจะได้เห็นทั้งการช่วยเหลือกัน เสียงเชียร์ เพลงประจำคณะ โรงทาน รุ่นพี่ ศิษย์เก่า และบรรยากาศที่แทบหาไม่ได้จากวันธรรมดาในมหาวิทยาลัย หลายคนจึงจดจำวันนี้ในฐานะหนึ่งในความทรงจำสำคัญของการเป็น “ลูกช้าง มช.” รับน้องขึ้นดอยเดินกี่กิโลเมตร? เส้นทางจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพมีระยะทาง ประมาณ 12–14 กิโลเมตร โดยตัวเลขอาจแตกต่างกันตามจุดเริ่มต้นของการวัดและเส้นทางของแต่ละขบวน ข้อมูลกิจกรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุระยะทางมากกว่า 12 กิโลเมตร และบางปีระบุประมาณ 14 กิโลเมตร นอกจากระยะทางแล้ว ความท้าทายจริงยังอยู่ที่การเดินขึ้นเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การรับน้องขึ้นดอยไม่เหมือนการเดิน 12–14 กิโลเมตรบนพื้นราบ ในปีที่ผ่านมา การเดินจากพื้นที่มหาวิทยาลัยไปถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง สำหรับการเดินปกติ แต่ระยะเวลาจริงของแต่ละคณะอาจนานกว่านั้น เพราะมีการพัก จุดปฐมพยาบาล กิจกรรมระหว่างทาง และการรวมขบวน สรุปง่าย ๆ คือ… 14 กิโลเมตร จิ๊บ ๆ… ถ้าไม่ได้เดินขึ้นเขา 😅 เส้นทางรับน้องขึ้นดอย มช. รูปแบบเส้นทางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เริ่มจากบริเวณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนเคลื่อนขบวนออกสู่ถนนห้วยแก้ว ผ่านบริเวณสวนสัตว์เชียงใหม่ และเข้าสู่ถนนศรีวิชัยบริเวณอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย จากนั้นจะเดินขึ้นดอยสุเทพไปตามถนนศรีวิชัยจนถึง วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เส้นทางโดยภาพรวมจึงเป็น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ → ถนนห้วยแก้ว → สวนสัตว์เชียงใหม่ → อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย → ถนนศรีวิชัย → วัดพระธาตุดอยสุเทพ สำหรับปี 2569 ควรรอประกาศเส้นทางและมาตรการจราจรอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เนื่องจากอาจมีการกำหนดจุดตั้งขบวน จุดพัก และการจัดการจราจรแตกต่างจากปีก่อน แล้ว “โค้งสปิริต” คืออะไร? หนึ่งในคำที่ชาว มช. มักได้ยินคู่กับรับน้องขึ้นดอยคือ “โค้งสปิริต” ช่วงท้ายของเส้นทางจะเป็นหนึ่งในช่วงที่เหนื่อยที่สุด เพราะเดินมาไกลหลายกิโลเมตรแล้ว ขณะเดียวกันเส้นทางก็ยังมีความชันอยู่ แต่ความพิเศษของจุดนี้คือบรรยากาศจากรุ่นพี่และเพื่อนที่คอยส่งเสียงเชียร์ ให้กำลังใจ และช่วยกันพาทุกคนเดินต่อไป ใครที่เคยขึ้นดอยน่าจะเข้าใจโมเมนต์ประมาณ… ช่วงแรก: “สบายมาก วิ่งได้อีก” ผ่านไปหลายกิโล: “เรามาทำอะไรตรงนี้นะ” ช่วงใกล้ถึง: “มาขนาดนี้แล้ว ไปต่อเว้ย!” และพอเดินถึงปลายทางจริง ๆ ความเหนื่อยที่สะสมมาตลอดทางก็จะเปลี่ยนเป็นอีกความรู้สึกหนึ่งทันที ถึงดอยแล้วได้อะไร มากกว่าความเหนื่อย? แน่นอนว่าคำตอบแรกอาจเป็น… ได้ปวดขา 😅 แต่สิ่งที่หลายคนได้กลับไปมากกว่านั้นคือความรู้สึกว่าเราเพิ่งทำอะไรบางอย่างที่ยากสำเร็จพร้อมกับคนรอบตัว ระหว่างทาง เราอาจเริ่มจากเดินกับเพื่อนที่ยังไม่สนิท แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงอาจกลายเป็นคนที่คอยยื่นน้ำ ดึงมือ หรือรอเดินไปพร้อมกัน มีรุ่นพี่ที่กลับมาช่วย มีศิษย์เก่าที่มายืนแจกน้ำ มีเสียงเพลงของแต่ละคณะ และมีคนอีกหลายหมื่นคนกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “รับน้องขึ้นดอย” สำหรับชาว มช. หลายคน ไม่ได้หมายถึงเพียงกิจกรรมหนึ่งวัน แต่กลายเป็นความทรงจำที่ถูกหยิบกลับมาเล่ากันได้อีกหลายปี เตรียมตัวรับน้องขึ้นดอย 2569 ต้องทำอะไรบ้าง? การเดินขึ้นดอยระยะทางมากกว่า 10 กิโลเมตรไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าอยากสนุกกับงานตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง แนะนำให้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า 1. ซ้อมเดินก่อนวันจริง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก 10 กิโลเมตรทันที ลองเริ่มเดินหรือวิ่งเบา ๆ ประมาณ 30–45 นาที สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง แล้วค่อยเพิ่มระยะตามความเหมาะสม ถ้ามีเวลา ลองฝึกเดินขึ้นเนินหรือบันไดเพิ่มเติม เพราะของจริงไม่ได้เป็นทางราบตลอดเส้นทาง 2. เลือกรองเท้าที่เคยใส่แล้ว วันรับน้องขึ้นดอยไม่ใช่วันที่เหมาะกับการลองรองเท้าคู่ใหม่ เลือกรองเท้าที่ใส่สบาย เดินไกลได้ และเคยใช้งานมาแล้ว เพื่อลดโอกาสรองเท้ากัดหรือเกิดแผลระหว่างทาง 3. นอนให้เพียงพอ บางคณะอาจต้องรวมตัวตั้งแต่ช่วงเช้ามืด คืนก่อนงานจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะเรากำลังจะใช้ร่างกายต่อเนื่องหลายชั่วโมง คืนก่อนขึ้นดอย… งดโต้รุ่งไว้ก่อนหนึ่งวันครับลูกช้าง 4. กินอาหารก่อนเริ่มเดิน ไม่แนะนำให้เดินขึ้นดอยด้วยท้องว่าง เลือกอาหารที่ย่อยง่าย มีคาร์โบไฮเดรตและพลังงานเพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารหนักหรือของที่ไม่เคยกินก่อนออกกำลังกาย 5. พกน้ำ แต่ไม่ต้องแบกทั้งโลก ระหว่างกิจกรรมมักมีจุดแจกน้ำและจุดพักตลอดเส้นทาง แต่การมีน้ำขวดเล็กติดตัวก็ช่วยได้มาก ไม่จำเป็นต้องแบกของหนัก เพราะยิ่งเดินไปไกล น้ำหนักทุกขีดจะเริ่มมีความหมายขึ้นมาเอง 6. หมวก แว่นกันแดด และยาดม มีไว้ไม่เสียหาย ช่วงสายแดดเชียงใหม่ก็เอาเรื่องเหมือนกัน หมวก แว่นกันแดด ผ้าเช็ดหน้า และยาดม เป็นไอเท็มเล็ก ๆ ที่อาจช่วยชีวิตได้ในช่วงกิโลเมตรท้าย ๆ 7. ถ้ามียาประจำตัว ต้องพกติดตัว ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ หรือมีอาการที่อาจได้รับผลจากการออกกำลังกายหนัก ควรประเมินความพร้อมของตัวเองและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์หากจำเป็น อย่าฝืนร่างกายเพื่อให้เดินถึงพร้อมคนอื่น ถ้าเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรแจ้งเพื่อน รุ่นพี่ หรือเจ้าหน้าที่ทันที 8. Power Bank เล็ก ๆ มีไว้ก็ดี กิจกรรมกินเวลาหลายชั่วโมง และแน่นอนว่าเราน่าจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปมากกว่าวันปกติหลายเท่า แต่ถ้าจะเลือกอะไรออกจากกระเป๋า… อย่าเลือกเอาน้ำออกเพื่อใส่ Power Bank นะ 😅 กำหนดการรับน้องขึ้นดอย มช. 2569 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำหนดวันจัด ประเพณีรับน้องขึ้นดอย ประจำปีการศึกษา 2569 เป็นวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ส่วนรายละเอียด เช่น ยังควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการใกล้วันจัดกิจกรรม builds จะอัปเดตข้อมูลส่วนนี้เพิ่มเติมเมื่อมีประกาศจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันรับน้องขึ้นดอย รถขึ้นดอยสุเทพได้ไหม? ในวันจัดกิจกรรมมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากและใช้เส้นทางถนนศรีวิชัยขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ จึงมักมีมาตรการจัดการจราจรหรือจำกัดการใช้เส้นทางในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการปิดถนนสำหรับวันที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ยังควรรอประกาศอย่างเป็นทางการ หากมีแผนเดินทางขึ้นดอยสุเทพในวันเดียวกัน ควรตรวจสอบประกาศของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หน่วยงานจราจร และหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง รับน้องขึ้นดอย จำเป็นต้องเดินทุกคนไหม? รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมอาจขึ้นอยู่กับแนวทางของมหาวิทยาลัยและแต่ละคณะ นักศึกษาที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือไม่สามารถร่วมเดินระยะไกลได้ ควรแจ้งผู้ดูแลกิจกรรมของคณะล่วงหน้า สิ่งสำคัญคือไม่ควรฝืนร่างกายเพียงเพราะต้องการเดินให้ครบเส้นทาง เป้าหมายของกิจกรรมคือการสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ร่วมกัน ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะขึ้นถึงก่อน รับน้องขึ้นดอยกับความหมายของการเป็น “ลูกช้าง มช.” ในหนึ่งปี นักศึกษา มช. มีกิจกรรมให้ทำมากมาย แต่กิจกรรมที่มีคนหลายรุ่นพูดถึงซ้ำ ๆ แม้เรียนจบไปแล้ว หนึ่งในนั้นก็คือ รับน้องขึ้นดอย อาจเป็นเพราะในวันนั้นเราไม่ได้เห็นแค่เพื่อนในรุ่นเดียวกัน แต่เห็นทั้งรุ่นพี่ ศิษย์เก่า อาจารย์ บุคลากร และชุมชนรอบมหาวิทยาลัยมารวมกันอยู่บนเส้นทางเดียวกัน สำหรับนักศึกษาใหม่ มันอาจเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นว่าคำว่า “ชาว มช.” มีขนาดใหญ่กว่าห้องเรียนหรือคณะของตัวเองแค่ไหน แล้วเมื่อเดินขึ้นบันไดนาคไปถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ มองกลับลงมายังเมืองเชียงใหม่… อย่างน้อยครั้งหนึ่ง เราก็พูดกับตัวเองได้ว่า “เออ เราเดินขึ้นมาถึงจริง ๆ ว่ะ” ความรู้สึกเล็ก ๆ แบบนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ประเพณีนี้ยังคงถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรับน้องขึ้นดอย มช. 2569 รับน้องขึ้นดอย 2569 วันไหน? ประเพณีรับน้องขึ้นดอย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 มีกำหนดจัดใน วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 รับน้องขึ้นดอยเดินกี่กิโลเมตร? ระยะทางจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพอยู่ที่ประมาณ 12–14 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและวิธีวัดระยะทาง รับน้องขึ้นดอยเริ่มจากไหน? โดยรูปแบบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขบวนเริ่มจากบริเวณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนออกสู่ถนนห้วยแก้วและถนนศรีวิชัย มุ่งหน้าสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร รับน้องขึ้นดอยใช้เวลากี่ชั่วโมง? ในปีที่ผ่านมา การเดินใช้เวลาประมาณ 3–4 ชั่วโมง สำหรับการเดินตามเส้นทาง แต่ระยะเวลาจริงของแต่ละคณะอาจแตกต่างกันตามลำดับขบวน การพัก และกิจกรรมระหว่างทาง รับน้องขึ้นดอยแต่งตัวยังไง? ควรใส่ชุดตามที่คณะกำหนด พร้อมรองเท้าที่เหมาะกับการเดินระยะไกลและเคยใส่มาก่อน หลีกเลี่ยงรองเท้าคู่ใหม่ในวันงาน รับน้องขึ้นดอยต้องเตรียมอะไร? ของสำคัญ ได้แก่ รองเท้าที่ใส่สบาย น้ำดื่ม หมวก แว่นกันแดด ยาประจำตัว ยาดม และโทรศัพท์หรือ Power Bank ขนาดเล็ก รับน้องขึ้นดอย 2569 ปิดถนนกี่โมง? ปัจจุบันยังควรรอประกาศมาตรการจราจรสำหรับวันที่ 21 พฤศจิกายน 2569 อย่างเป็นทางการ โดยจะอัปเดตข้อมูลในหน้านี้เมื่อมีประกาศเพิ่มเติม แล้วเจอกันบนดอย 💜🐘 สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังจะเดิน รับน้องขึ้นดอย มช. 2569 เป็นครั้งแรก ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเดินให้เร็วที่สุดหรือดูแข็งแรงที่สุด ค่อย ๆ เดินไปกับเพื่อน ดูแลตัวเอง ดูแลคนข้าง ๆ และเก็บบรรยากาศระหว่างทางเอาไว้ให้เต็มที่ เพราะปลายทางของกิจกรรมอาจอยู่ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่จำได้จริง ๆ… มักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ระหว่างทาง แล้วเจอกันบนดอยครับลูกช้าง 🐘💜 About builds CMU builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program โปรแกรมสร้างสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนับสนุนนักศึกษาตั้งแต่การค้นหาไอเดีย การทดลองกับผู้ใช้ การสร้าง Prototype และ MVP ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจจริง ติดตามกิจกรรม เวิร์กช็อป และโอกาสสำหรับนักศึกษา มช. ได้ที builds CMU
builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่
builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่ พร้อมหรือยังที่จะเริ่มบทใหม่ในรั้วมช.? builds ชวนทุกคนมาเปิดโลกสตาร์ทอัพ ค้นหาแรงบันดาลใจ และเทิร์นไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง! พบกับรุ่นพี่ตัวตึงที่จะมาแชร์ประสบการณ์แบบหมดเปลือก พร้อมโซนกิจกรรมสุด Exclusive ที่คุณเลือกเองได้ 🔥 Highlight: Talk “ข้อดีของการเริ่มธุรกิจตอนเรียน” จาก แดน, พี่ธูป และ Robo Tech 💡 Consulting: ปรึกษาไอเดียธุรกิจแบบตัวต่อตัว 🎁 Free: รับของที่ระลึก Limited Edition จาก builds และลุ้นรางวัลใหญ่! 🗓 26 พ.ย. 68 | 13.00 – 16.00 น. | ที่ builds CMU (ลิงก์ลงทะเบียน) 📝 แบบที่ 2: รายละเอียดกิจกรรม (สำหรับ Caption หรือหน้าเว็บไซต์) Topic: builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่ ใครที่มีของ อยากปล่อยของ หรือแค่อยากลองค้นหาตัวเอง ห้ามพลาด! builds เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัย มาร่วมค้นหาคำตอบว่า “ทำธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาลัย ดียังไง?” พร้อมเจาะลึก Micro Module และทุนสนับสนุนที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน 📌 ไฮไลต์กิจกรรมที่คุณจะได้เจอ: 13.00 น. | Check-in & Get Ready: ลงทะเบียนรับของที่ระลึกสุดพิเศษ (สายคล้องคอ builds, โพสอิท, ปากกา) เดินชิลล์โซน builds Program 13.30 น. | The Grand Opening: เจาะลึกทุกโปรแกรมของ builds และแนวทางปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ 14.00 น. | Light of Inspiration: Talk หัวข้อเด็ด “ข้อดีของการเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย” พบกับ Speaker: แดน, พี่ธูป และทีม Robo Tech 15.00 น. | Choose Your Path (เลือกโซนที่คุณสนใจ): 🚶 Inspiration Walk (Relax Zone): นั่งจับเข่าคุย รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ (กลุ่มย่อย 3-4 คน) 🛠 The Next Chapter (Idea Lab): มีไอเดียแล้ว? มา Set Milestone วางแผนธุรกิจกับ Staff builds แบบตัวต่อตัว 15.00 น. | Fun & Prizes: โซนเกมสำรวจไอเดีย, ตลาดนัดหลักสูตร หมุนวงล้อลุ้นรับรางวัลพิเศษก่อนกลับบ้าน! 🗓 วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 🕐 เวลา 13.00 – 16.00 น. 📍 สถานที่: builds CMU 📢 ลงทะเบียนด่วน (รับจำนวนจำกัด 100 คนเท่านั้น)
Design Thinking คืออะไร ? ทำไมหลาย ๆ คนอยากเรียนเรื่องนี้ builds มีคำตอบ ✨

คุณอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Design Thinking” ผ่านหูมาบ่อยครั้งในโลกธุรกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในวงการสตาร์ทอัพ เทคโนโลยี หรือแม้แต่องค์กรขนาดใหญ่ คำถามคือ Design Thinking คือ อะไรกันแน่? ทำไมมันถึงกลายเป็นทักษะสุดฮิตที่หลายคนยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าคอร์สเรียนรู้ พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด Design Thinking คือ กระบวนการคิดที่เน้นการทำความเข้าใจ “มนุษย์” หรือผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered) เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาที่ซับซ้อนและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบให้สวยงาม แต่เป็น “กระบวนการคิด” ที่มีขั้นตอนชัดเจน ซึ่งช่วยให้เรามองเห็นปัญหาได้ลึกซึ้งขึ้น และค้นพบทางออกที่ผู้ใช้ต้องการจริงๆ ในบทความนี้ builds จะมาสรุปให้ฟังว่าทำไมทักษะนี้ถึงสำคัญ และมันทำงานอย่างไร 💡 ทำไม Design Thinking ถึงกลายเป็นทักษะที่ทุกคนอยากเรียน? ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Disruption) ธุรกิจที่ “คิดแบบเดิม” หรือ “ทำแบบเดิม” มักจะอยู่รอดได้ยาก Design Thinking เข้ามาตอบโจทย์นี้ เพราะมันคือเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กร: 🚀 5 ขั้นตอนหลักของ Design Thinking คืออะไร แม้จะมีหลายสำนัก แต่หัวใจหลักของ Design Thinking มักประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้: 1. Empathize (เข้าใจปัญหา) นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด คือการทำความเข้าใจผู้ใช้หรือกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่สิ่งที่เขาพูด แต่ต้องเข้าใจความต้องการที่ซ่อนเร้น (Insights) ผ่านการสังเกต การสัมภาษณ์ หรือการเข้าไปคลุกคลี 2. Define (กำหนดปัญหาให้ชัดเจน) นำข้อมูลที่ได้จากขั้นแรกมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อ “ตีโจทย์” หรือกำหนดปัญหาหลักที่แท้จริงให้ชัดเจน (Problem Statement) ว่าเรากำลังจะแก้ปัญหาอะไรให้ใคร 3. Ideate (ระดมความคิด) เมื่อรู้ปัญหาแล้ว ก็ถึงเวลา “ปล่อยของ” หรือระดมความคิดสร้างสรรค์เพื่อหาทางแก้ไขให้ได้มากที่สุด ในขั้นตอนนี้เราเน้น “ปริมาณ” มากกว่า “คุณภาพ” ยังไม่ตัดสินว่าไอเดียไหนดีหรือไม่ดี 4. Prototype (สร้างต้นแบบ) เปลี่ยนไอเดียที่เลือกแล้วให้กลายเป็นต้นแบบที่จับต้องได้ ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ อาจจะเป็นแค่ภาพวาด (Sketch), โมเดลกระดาษ (Paper Prototype) หรือ Clickable Mockup เพื่อให้ทีมและผู้ใช้เห็นภาพตรงกัน 5. Test (ทดสอบ) นำต้นแบบที่สร้างขึ้นไปทดสอบกับผู้ใช้จริง เพื่อเก็บ Feedback ว่ามันเวิร์คหรือไม่เวิร์ค จุดไหนต้องปรับปรุง จากนั้นจึงวนกลับไปแก้ไข (Empathize, Define, Ideate, Prototype) จนกว่าจะได้ทางออกที่ดีที่สุด ⭐️ “builds” มีคำตอบ: ทำไม Design Thinking ถึงสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ ที่ builds เราเชื่อว่า Design Thinking ไม่ใช่แค่ “ทฤษฎี” แต่คือ “หัวใจ” ของการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพ ในบริบทของ builds ที่เรามุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) กระบวนการ Design Thinking คือเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ: บทสรุป Design Thinking คือ กระบวนการคิดเชิงออกแบบที่ทรงพลังในการแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรม โดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมทุกคน ตั้งแต่พนักงานในองค์กรไปจนถึงผู้ประกอบการที่กำลังสร้างธุรกิจ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะนี้ ที่ builds เราสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้กระบวนการนี้ เพื่อสร้างธุรกิจที่เข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน 🚀 เริ่มต้นเส้นทางผู้ประกอบการของคุณกับ builds CMU การเรียนรู้ Design Thinking คือ ก้าวแรกที่ยอดเยี่ยม แต่การ “ลงมือทำ” คือสิ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงจริง ที่ builds CMU เรามีโปรแกรมรองรับนักศึกษา มช. ทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสเตจไหนของเส้นทางธุรกิจ: builds IDEA: สำหรับคนที่มีแค่ “ใจ” หรือ “ไอเดียเริ่มต้น” อยากเรียนรู้การค้นหาปัญหา (Pain Point) และเปลี่ยนมันเป็นต้นแบบ (Prototype) ที่ทดสอบได้จริง builds SOLUTION: สำหรับคนที่มี “ของ” หรือต้นแบบอยู่ในมือแล้ว แต่อยากพัฒนาให้เป็น “ผลิตภัณฑ์ที่ขายได้จริง” สร้างโมเดลธุรกิจ และทดลองตลาด builds BUSINESS: สำหรับทีมที่พร้อมลุยเต็มตัว ก้าวสู่การ “จัดตั้งบริษัทจริง” เรียนรู้การบริหารจัดการธุรกิจ และขยายตลาด โอกาสมาถึงแล้ว! มาเปลี่ยนไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง สมัครเข้าร่วมโปรแกรมปั้นธุรกิจ หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดการสร้างผู้ประกอบการ หรือหลักสูตรที่น่าสนใจ อย่าลืมติดตาม builds !
รวม 3 กิจกรรม มช. “สายธุรกิจ” ที่ใครอยากเป็น ‘หัวแถว’ ต้องห้ามพลาด! (อัปเดตล่าสุด)

“หัวแถว” ไม่ได้สร้างในห้องเรียน! อยากเป็น “หัวแถว” แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? เปิดเทอมนี้ มาตั้งแถวใหม่กันกับ builds CMU! สำหรับนักศึกษา มช. ที่กำลังมองหา กิจกรรม มช. สุดเจ๋ง ที่จะเปลี่ยนไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง ที่นี่คือคำตอบ builds CMU คืออะไร? builds CMU คือพื้นที่ทดลองสำหรับ “นักศึกษาที่อยากทำธุรกิจ” ตัวจริง! เราคือโปรแกรมที่จะช่วยคุณเริ่มคิดไอเดีย ได้ลองทำจริง และเติบโตแบบก้าวกระโดด ครบจบทุกขั้นตอนบนเส้นทางผู้ประกอบการ พร้อมโอกาสรับทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 100,000 บาท! builds CMU สนับสนุนนักศึกษาทุกคนที่อยาก “เริ่ม ลอง และลงมือทำของจริง” 1. builds IDEA: กิจกรรม มช. ที่เป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจ 🙋🏻♀️ Small guy, Big Idea! 💥 ถ้าคนตัวเล็กอย่างเรา ดันมีความฝันที่ใหญ่… builds IDEA คือจุดเริ่มต้นแรกที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ สร้างสรรค์ และทดลองคิดอย่างผู้ประกอบการ จากการวิเคราะห์ปัญหา (Pain Point) สู่การตั้งโจทย์แนวคิดทางธุรกิจ และต่อยอดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) ที่สามารถทดสอบตลาดได้จริง! ไม่ว่าจะเป็นไอเดียจากห้องเรียน, ความอินส่วนตัว, เรื่องที่สนใจ, ปัญหาต่างๆ ที่เจอแล้วอยากแก้ไข จนถึงงานวิจัยของมหาวิทยาลัย… builds IDEA คือพื้นที่ให้ทดลอง! 🌟 Highlight (IDEA) 💰 Pitching Idea พิสูจน์ไอเดียและความเป็นไปได้ของคุณ พร้อมรับสิทธิ์เงินทุนสนับสนุนสูงสุด 5,000 บาท เพื่อนำไปต่อยอดสู่การขายจริงใน Stage ถัดไป 🚀 2. builds SOLUTION: ธุรกิจของฉัน ปั้นไงดี? 🪀 มีของอยู่แล้ว…แต่ยังไม่รู้จะขายยังไง? คุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า: builds SOLUTION คือขั้นตอนสำคัญที่จะพา Prototype หรือต้นแบบของคุณ ต่อยอดให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พร้อมออกสู่ตลาด” หากคุณคือนักศึกษา มช. ที่มีของอยู่ในมือและพร้อมจะพาไปสู่การสร้างโมเดลธุรกิจจริง นี่คือโครงการที่คุณไม่ควรพลาด! 🌟 Highlight (SOLUTION) 3. builds BUSINESS: ถึงเวลา “ตั้งบริษัทจริง ทำธุรกิจจริง” builds BUSINESS คือขั้นตอนสำคัญของเส้นทางผู้ประกอบการ ที่นักศึกษาจะได้ “จดทะเบียนบริษัทและดำเนินธุรกิจจริง” 🌟 Highlight (BUSINESS) เพราะเราไม่ได้แค่จบที่ “สร้างไอเดีย” แต่เราจะเป็น “ผู้ประกอบการรุ่นใหม่” ที่พร้อมเติบโตไปกับโลกธุรกิจจริง โอกาสมาถึงแล้ว! สมัครเลย ไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหน ในเส้นทางธุรกิจ builds พร้อมซัพพอร์ต เพื่อให้คุณได้ลงมือสร้าง “ธุรกิจจริง” ได้ (อย่าพลาด!) เจอกันครั้งแรก ในกิจกรรมชี้แจงรายละเอียดโครงการ มาฟังรายละเอียดเต็มๆ และถามคำถามที่สงสัยกันได้
ที่อ่านหนังสือ ใกล้ฉัน | รวมมาให้แล้ว 5 สถานที่อ่านหนังสือ สำหรับเด็ก มช. ปังปุ เปิดแอร์ฉ่ำ

ใกล้ช่วงสอบทีไร เป็นต้องมองหา ที่อ่านหนังสือ ใกล้ฉัน บรรยากาศดีๆ กันใช่ไหมครับ? โดยเฉพาะน้องๆ ชาว มช. (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) หรือคนที่อาศัยอยู่ย่านนี้ การหาที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ หรือที่นั่งทำงานกลุ่มดีๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก วันนี้ SEO Helper ! มัดรวม 5 พิกัดเด็ด สถานที่อ่านหนังสือใน มช. ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มาให้แล้ว รับรองว่าอ่านเพลิน สอบผ่านฉลุยแน่นอน! สอบครั้งนี้… อ่านหนังสือที่ไหนดีน้า? ชาว มช. ที่กำลังมองหาที่อ่านหนังสือ เตรียมตัวสอบ ห้ามพลาด! builds CMU ขอรวม 5 พิกัดเด็ดใน มช. ที่นั่งอ่านหนังสือก็ได้ ทำงานก็ดี บรรยากาศโดนใจ มาฝากกันครับ! __ 1. หอสมุด มช. (CMU Library) พิกัดคลาสสิกตลอดกาล! แหล่งรวมความรู้ บรรยากาศเงียบสงบ มีหนังสืออ้างอิงครบครัน เหมาะกับการโฟกัสแบบจัดเต็ม ใครต้องการสมาธิขั้นสุด ต้องที่นี่เลย https://share.google/g5abHrHHyW2fweIPx 2. builds CMU (แอบโปรโมทนิดนึง ) Co-working Space บรรยากาศดีๆ ของชาว มช. มีปลั๊กพร้อม อินเทอร์เน็ตแรง แอร์ฉ่ำ ๆ จะนั่งทำงานกลุ่ม หรือจะมานั่งปั่นงานเดี่ยวก็ปัง! https://share.google/SuaL8cHxUa29vNTir 3. SMC Hub (ENTANEER Co-Working Space @SMC Hub) อีกหนึ่ง Co-working Space เปิดใหม่ในคณะวิศวะ มช. โต๊ะเยอะ พื้นที่กว้างขวาง เหมาะกับการนัดติวกับเพื่อนๆ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการอ่านหนังสือแบบเดิมๆ 4. ศูนย์อาหาร มช. (CMU FOOD CENTER ) อ่านไปหิวไปก็ไม่หวั่น! สำหรับสายชิล ที่ชอบบรรยากาศคึกคักนิดๆ (ไม่เงียบเหงา) อ่านหนังสือไปพลาง กินข้าวไปพลาง เติมพลังได้ตลอดเวลา https://share.google/mFQLltt7mNHgn48tE 5. ITSC (สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ) สายคอมต้องที่นี่! มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพร้อมให้บริการ หรือใครจะพกโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานยาวๆ ก็สะดวกสบายสุดๆ https://share.google/E7jpOwSKt97YpFW0r __ แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ชอบไปอ่านหนังสือที่ไหนกันบ้าง? แชร์พิกัดลับ (หรือไม่ลับ) ของตัวเองใต้คอมเมนต์นี้ได้เลย! ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสอบนะครับ A มาเต็มๆ ! #buildsCMU#ที่อ่านหนังสือมช#ทีมมช#รีวิวมช#CMU#ลูกช้างมช สรุป: เลือกที่อ่านหนังสือ มช. ที่ใช่สำหรับคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเงียบที่ต้องการสมาธิ, สายทำงานกลุ่มที่ต้องใช้เสียง, หรือสายโต้รุ่งที่ต้องการที่สิงสถิตยันเช้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็มี สถานที่อ่านหนังสือ ดีๆ รองรับเสมอครับ หวังว่า 5 พิกัดนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ครั้งต่อไปที่เพื่อนๆ ค้นหา “ที่อ่านหนังสือ ใกล้ฉัน” ในย่าน มช. ก็เลือกจากลิสต์นี้แล้วพุ่งตัวไปจองที่นั่งได้เลย! อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ Blog – builds CMU
ศึกนี้เพื่อความเป็นหนึ่ง! มช. คัด 3 สุดยอดทีมพร้อมเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นเงิน ลุยศึก R2M ครั้งที่ 13 ท้าชิงบัลลังก์แชมป์ประเทศไทย

ประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้ว! เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดการแข่งขันโครงการเส้นทางสู่นวัตวาณิชย์ ครั้งที่ 13 (Research to Market: R2M) รอบคัดเลือกระดับมหาวิทยาลัย และได้ 3 ทีมสุดท้ายสุดแกร่ง ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนนำผลงานวิจัยเชิงลึกจากรั้วมหาวิทยาลัยไปสร้างเป็นแผนธุรกิจจริง เพื่อลงสนามแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับประเทศต่อไป โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทวงบัลลังก์แชมป์ประเทศไทยกลับสู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้ง โดยทั้ง 3 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก ประกอบด้วยนักศึกษาจากหลากหลายคณะ ที่ผนึกกำลังกันเพื่อสร้างสรรค์แผนธุรกิจจากงานวิจัยที่โดดเด่น ดังนี้ เปิดโฉม 3 ทีมตัวแทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 1. ทีม PigNoPRRS นวัตกรรมสารสกัดจากพืชสมุนไพรไทย สำหรับยับยั้งเชื้อไวรัส PRRS ในสุกร ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่อุตสาหกรรมสุกรทั่วโลก 2. ทีม Nordchild ชุดตรวจคัดแยกเพศน้ำเชื้อวัว “SGREEN X” นวัตกรรมที่จะปฏิวัติวงการปศุสัตว์ ช่วยให้เกษตรกรสามารถเลือกเพศของวัวได้ตามความต้องการ เพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตได้อย่างแม่นยำ 3. ทีม AIRAD-TBI ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยภาพถ่ายรังสีของผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บที่สมอง (Traumatic Brain Injury) ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความผิดพลาดในการรักษา เส้นทางของทั้ง 3 ทีมหลังจากนี้ คือการเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะและเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นจากโปรแกรม builds CMU เพื่อเข้าแข่งขันในรอบระดับภูมิภาค และรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ต่อไป ขอเชิญชวนชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมส่งกำลังใจให้ตัวแทนของเราในภารกิจครั้งสำคัญนี้
สตาร์ทอัพ มช. รวมตัว! builds CMU ขอบคุณทุกพลังที่มาร่วมงาน Happy 2nd Anniversary Startup Market

เสร็จสิ้นไปแล้วอย่างน่าประทับใจและอบอุ่นหัวใจ สำหรับกิจกรรม “Happy 2nd Anniversary builds Startup Market” ที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ พื้นที่ builds CMU ของเรา ทีมงาน builds CMU ขอใช้พื้นที่นี้กล่าวคำว่า “ขอบคุณจากใจ” ไปยังพี่น้องชาว สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สนใจในวงการธุรกิจทุกคน รวมแล้วกว่า 200 ชีวิต! ที่ได้สละเวลามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 2 ปีของเรา และร่วมกันสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง บรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของชาวสตาร์ทอัพ ตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยบรรยากาศของความคึกคัก การแลกเปลี่ยนความรู้ ไอเดียธุรกิจใหม่ๆ และการสร้างเครือข่าย (Networking) ที่ทรงคุณค่า เราได้เห็นประกายตาแห่งความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการหน้าใหม่ ได้ฟังเรื่องราวที่น่าสนใจจาก สตาร์ทอัพ รุ่นพี่ และได้เห็นการเชื่อมต่อที่อาจนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต ภาพของผู้คนจำนวนมากที่มารวมตัวกัน คือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า Ecosystem ของ สตาร์ทอัพ มช. กำลังเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ก้าวต่อไปของ builds และคอมมูนิตี้สตาร์ทอัพ ความสำเร็จของงานในครั้งนี้เป็นพลังและกำลังใจสำคัญให้ทีมงาน builds CMU มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อสนับสนุนและผลักดันวงการ สตาร์ทอัพ ต่อไป เราเชื่อมั่นว่าการมีคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่น คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เราขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่เป็นส่วนสำคัญในการเดินทางตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีเช่นนี้ตลอดไป แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมหน้า! #buildsCMU #StartupMarket #สตาร์ทอัพ #Startup #สตาร์ทอัพเชียงใหม่