เทคนิคอ่านหนังสือ ให้จำได้นานขึ้น: ทำไม Self-Quiz อาจเวิร์กกว่าการอ่านซ้ำ

เทคนิคอ่านหนังสือให้จำได้นานขึ้น: ทำไม Self-Quiz อาจเวิร์กกว่าการอ่านซ้ำ ช่วงสอบแบบนี้ builds มีงานวิจัยมาเล่าให้ฟัง 📚 หลายคนน่าจะเคยเจอสถานการณ์เดียวกัน อ่านชีทเดิมซ้ำไปหลายรอบ รู้สึกว่าเนื้อหาคุ้นมาก เหมือนจะจำได้หมดแล้ว แต่พอเจอคำถามจริงกลับนึกคำตอบไม่ออก ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เรา “อ่านน้อยเกินไป” เสมอไป แต่อาจอยู่ที่ เทคนิคอ่านหนังสือ ที่เราใช้ เพราะการอ่านจนรู้สึกคุ้นกับเนื้อหา กับการสามารถดึงข้อมูลออกจากความจำได้จริง เป็นคนละเรื่องกัน งานวิจัยด้านการเรียนรู้พบสิ่งที่น่าสนใจว่า การอ่านซ้ำอาจช่วยให้เราทำได้ดีในระยะสั้น แต่ถ้าอยากจำข้อมูลได้นานขึ้น การลองดึงคำตอบออกมาจากความจำ หรือที่เรียกว่า Retrieval Practice อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่า อ่านซ้ำหลายรอบ ทำไมยังนึกไม่ออกตอนสอบ? เวลาเราอ่านข้อความเดิมซ้ำหลายรอบ สมองเริ่มรู้สึกว่าเนื้อหานั้น “คุ้น” เราเห็นหัวข้อนี้มาแล้วเราจำตำแหน่งในชีทได้เราอ่านประโยคนี้แล้วรู้สึกว่าเข้าใจ ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้เราคิดว่า “น่าจะจำได้แล้ว” แต่ตอนเข้าสอบ โจทย์ไม่ได้ถามเราว่า “ข้อความนี้ดูคุ้นไหม?” สิ่งที่เราต้องทำจริงคือ ดึงข้อมูลที่ไม่มีอยู่ตรงหน้าออกมาจากความจำ แล้วนำข้อมูลนั้นมาตอบคำถาม อธิบาย หรือประยุกต์ใช้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เทคนิคอ่านหนังสือ ที่มีการฝึกเรียกข้อมูลออกมาจากสมอง จึงน่าสนใจสำหรับการเตรียมสอบ งานวิจัยบอกอะไรเกี่ยวกับการอ่านซ้ำและ Self-Quiz? งานวิจัยของ Henry L. Roediger III และ Jeffrey D. Karpicke ในปี 2006 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Psychological Science ศึกษาสิ่งที่เรียกว่า Testing Effect ในการทดลอง นักศึกษาได้เรียนเนื้อหาจากบทความ แล้วเปรียบเทียบระหว่างการกลับไปศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติม กับการพยายามเรียกข้อมูลที่จำได้ออกมาด้วยตัวเองผ่านการทำ free-recall test พูดง่าย ๆ คือไม่ได้ให้เปิดหนังสือแล้วอ่านต่อ แต่ให้ลองนึกว่า “จากที่เพิ่งอ่านไป เราจำอะไรได้บ้าง?” จากนั้นจึงทดสอบความจำอีกครั้งในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน หลังจากเรียนไป 5 นาที การอ่านซ้ำดูเหมือนจะดีกว่า ผลการทดลองพบว่า เมื่อทดสอบหลังจากเรียนเพียงประมาณ 5 นาที กลุ่มที่กลับไปอ่านซ้ำ จำได้ประมาณ 81% ขณะที่ กลุ่มที่ได้ลองเรียกข้อมูลจากความจำ จำได้ประมาณ 75% ถ้ามองเฉพาะผลระยะสั้น การอ่านซ้ำจึงดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีกว่า และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า การอ่านชีทวนไปหลาย ๆ รอบ “ได้ผล” เพราะข้อมูลยังสดและคุ้นอยู่ในหัว แต่เรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ผ่านไป 1 สัปดาห์ ผลกลับกัน เมื่อนักศึกษากลับมาทดสอบอีกครั้งหลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ กลุ่มที่อ่านซ้ำจำได้เหลือประมาณ 42% ในขณะที่กลุ่มที่เคยลองเรียกข้อมูลออกมาจากความจำ จำได้ประมาณ 56% พูดอีกแบบคือ เทคนิคที่ดูเหมือนทำได้แย่กว่าในช่วง 5 นาทีแรก กลับช่วยรักษาข้อมูลไว้ได้ดีกว่าเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งนี้เรียกว่า Testing Effect หรือมักพูดถึงในบริบทของ Retrieval Practice Retrieval Practice คืออะไร? Retrieval Practice คือการฝึก พยายามเรียกข้อมูลออกจากความจำโดยไม่ได้มองคำตอบอยู่ตรงหน้า สำหรับนักศึกษา เราอาจเรียกให้ง่ายขึ้นว่า Self-Quiz แต่คำว่า Quiz ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงข้อสอบแบบ ก ข ค ง ในงานวิจัยต้นฉบับ ผู้เข้าร่วมทำ free recall คือพยายามเขียนสิ่งที่ตัวเองจำได้ออกมา โดยไม่ได้รับคำตอบจากเนื้อหาตรงหน้าในขณะนั้น ดังนั้นหัวใจสำคัญไม่ใช่ว่าเราต้องสร้างข้อสอบสวย ๆ ให้ตัวเอง แต่คือการทำให้สมองต้องออกแรงค้นหาคำตอบ เช่น อ่านเรื่อง Business Model Canvas จบแล้วปิดชีท จากนั้นลองเขียนว่า 9 ช่องมีอะไรบ้าง หรืออ่านเนื้อหาในวิชาเรียนแล้วลองอธิบายเรื่องนั้นด้วยภาษาของตัวเองโดยไม่เปิดโน้ต ยิ่งเราตรวจเจอว่า “ตรงนี้นึกไม่ออก” เรายิ่งรู้ว่าควรกลับไปทบทวนตรงไหน เทคนิคอ่านหนังสือแบบ Self-Quiz ทำอย่างไร? ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีอ่านทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องสร้างข้อสอบหลายสิบข้อ ลองเริ่มจากวงจรง่าย ๆ 4 ขั้นตอน จากเดิมที่เราอาจใช้เวลาเป็น อ่าน → อ่านซ้ำ → อ่านซ้ำ ลองเปลี่ยนเป็น อ่าน → ปิดหนังสือ → ลองตอบ → ตรวจสอบ นี่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลิกอ่านซ้ำทั้งหมด แต่เป็นการเปลี่ยนจากการรับข้อมูลเข้าอย่างเดียว ให้มีช่วงที่สมองต้องพยายามเรียกข้อมูลออกมาด้วย ตัวอย่าง Self-Quiz ที่ทำได้โดยไม่ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม ถ้าเป็นวิชาที่ต้องจำเนื้อหา หลังอ่านหนึ่งหัวข้อ ลองหยิบกระดาษเปล่าแล้วเขียน Keyword ทั้งหมดที่จำได้ จากนั้นเปิดหนังสือเช็กว่าขาดอะไร ถ้าเป็นวิชาที่ต้องอธิบายแนวคิด ลองถามตัวเองว่า “ถ้าต้องอธิบายเรื่องนี้ให้เพื่อนฟังภายใน 1 นาที เราจะพูดว่าอะไร?” ถ้าเป็นสูตรหรือขั้นตอน ลองปิดชีทแล้วเขียนสูตรหรือเรียงขั้นตอนใหม่ตั้งแต่ต้น ถ้าเป็นคำศัพท์ ลองดูเฉพาะคำถามหรือคำศัพท์ แล้วตอบความหมายก่อนเปิดเฉลย ส่วนคนที่ชอบใช้ AI ก็สามารถให้ AI ช่วยสร้างคำถามจากโน้ตของเราได้ แต่จุดสำคัญคือ อย่าให้ AI เฉลยทันที ลองตอบจากความจำก่อน แล้วค่อยให้ช่วยตรวจคำตอบ แล้วการอ่านซ้ำไม่มีประโยชน์เลยหรือ? ไม่ใช่ งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่า “ห้ามอ่านซ้ำ” หรือ Self-Quiz จะดีกว่าในทุกสถานการณ์ ผลการทดลองเองยังพบว่าในช่วงเวลาสั้นมาก กลุ่มที่อ่านซ้ำทำคะแนนได้ดีกว่า และการอ่านยังจำเป็นสำหรับการทำความเข้าใจเนื้อหาในครั้งแรก ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกว่าจะ อ่าน หรือ ไม่อ่าน แต่คือ หลังจากอ่านแล้ว เราให้สมองได้ลองเรียกข้อมูลออกมาบ้างหรือยัง? เพราะถ้าเราใช้เวลาทั้งหมดไปกับการอ่านสิ่งที่มีคำตอบอยู่ตรงหน้า เราอาจไม่ได้ฝึกกระบวนการเดียวกับที่ต้องใช้ในห้องสอบมากนัก ลองใช้เทคนิคนี้ก่อนสอบครั้งหน้า ถ้ามีเวลาอ่านหนังสือ 30 นาที ลองแบ่งใหม่แบบง่าย ๆ เวลา สิ่งที่ทำ 15 นาที อ่านและทำความเข้าใจเนื้อหา 5 นาที ปิดชีท แล้วเขียนหรือพูดสิ่งที่จำได้ 5 นาที เปิดเช็กคำตอบและหาจุดที่ยังไม่แม่น 5 นาที ลองตอบจุดที่ผิดอีกครั้งโดยไม่เปิดดู สิ่งสำคัญคือ อย่าตกใจถ้าปิดหนังสือแล้วรู้สึกว่า “จำไม่ได้เลย” ความยากตอนพยายามนึก ไม่ได้แปลว่าการเรียนไม่ได้ผลเสมอไป เพราะสิ่งที่ Retrieval Practice ต้องการก็คือการให้สมองได้ฝึกค้นหาและเรียกข้อมูลกลับมาใช้นั่นเอง เทคนิคอ่านหนังสือที่ดี อาจไม่ใช่การอ่านให้เยอะที่สุด ก่อนสอบครั้งหน้า ถ้าอ่านเนื้อหาเดิมมาหลายรอบแล้ว ลองหยุดแล้วถามตัวเองสักครั้งว่า “ถ้าปิดชีทตอนนี้ เราตอบอะไรได้บ้าง?” เพราะตอนเข้าสอบ เราไม่ได้ถูกถามว่า “เคยเห็นข้อนี้ไหม?” แต่เราต้อง ดึงคำตอบออกมาจากความจำให้ได้ ดังนั้น เทคนิคอ่านหนังสือที่ช่วยให้เราเตรียมตัวได้ดีขึ้น อาจไม่ใช่การอ่านให้ครบอีกหนึ่งรอบเสมอไป แต่อาจเป็นการเว้นเวลาสักส่วนหนึ่งไว้สำหรับ Self-Quiz และ Retrieval Practice ช่วงสอบนี้ builds จะคอยหยิบงานวิจัย แนวคิด และเครื่องมือที่เอาไปใช้ได้จริงมาเล่าให้ฟัง เพราะการเรียนรู้ไม่ได้มีแค่การรับข้อมูล แต่คือการทดลองว่าอะไรเหมาะกับตัวเรา แล้วนำไปใช้จริง ขอให้ทุกคนสอบผ่านไปได้ด้วยดี ✌️📚 Reference Roediger, H. L., III, & Karpicke, J. D. (2006). Test-Enhanced Learning: Taking Memory Tests Improves Long-Term Retention. Psychological Science, 17(3), 249–255. https://doi.org/10.1111/j.1467-9280.2006.01693.x
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับการสนับสนุนนักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเรียนในห้องเรียน แต่ยังเป็นพื้นที่ให้นักศึกษาได้ทดลองคิด ทดลองสร้าง และพัฒนาไอเดียของตัวเองไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ ผ่านกิจกรรมด้านนวัตกรรม Startup การพัฒนาต้นแบบ และการทดลองกับตลาดจริง สำหรับนักศึกษาที่มีไอเดีย อยากสร้างธุรกิจ หรือแม้แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน การอยู่ในมหาวิทยาลัยถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะรอบตัวมีทั้งเพื่อนต่างสาขา อาจารย์ นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ พื้นที่ทดลอง และ Community ที่สามารถช่วยเปลี่ยนความสนใจเล็ก ๆ ให้กลายเป็นการลงมือทำได้ หนึ่งในกลไกที่สนับสนุนเส้นทางนี้ คือ builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program โปรแกรมสร้าง Startup และผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเริ่มได้ตั้งแต่ยังไม่มีไอเดีย ไปจนถึงการพัฒนาต้นแบบ ทดลองตลาด และต่อยอดเป็นธุรกิจจริง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับการเรียนรู้ที่มากกว่าห้องเรียน การเรียนในมหาวิทยาลัยช่วยให้นักศึกษา ได้รับความรู้จากศาสตร์ที่ตัวเองสนใจ แต่การสร้างผู้ประกอบการต้องอาศัยทักษะมากกว่าความรู้เพียงด้านเดียว นักศึกษาต้องเรียนรู้การสังเกตปัญหา เข้าใจผู้ใช้ คิดวิธีแก้ปัญหา ทำงานร่วมกับคนอื่น ทดลองไอเดีย และปรับปรุงสิ่งที่สร้างขึ้นจาก Feedback ที่ได้รับ ทักษะเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการเปิดบริษัทจริงตั้งแต่วันแรก นักศึกษาสามารถเริ่มจากโปรเจกต์เล็ก ๆ ทดลองขายสินค้า ทำบริการ ทดลองสร้าง Prototype หรือพัฒนาไอเดียเพื่อแก้ปัญหาที่ตัวเองพบในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนจาก “คิดว่าน่าจะทำได้” ไปสู่ “ลองทำ แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น” กระบวนการนี้ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถเป็นพื้นที่ทดลองที่ช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์จริงได้ ทำไม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงเหมาะกับการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ ข้อได้เปรียบ ของการเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา คือเรายังอยู่ท่ามกลางทรัพยากรและผู้คนจากหลากหลายศาสตร์ ไอเดียธุรกิจหนึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากคนเพียงสาขาเดียว นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์อาจมีเทคโนโลยี แต่ต้องการเพื่อนด้านการตลาด นักศึกษาด้านสุขภาพอาจเข้าใจปัญหาของผู้ใช้ แต่ต้องการคนช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ นักศึกษาด้านศิลปะหรือการสื่อสารอาจมองเห็นประสบการณ์ใหม่ที่สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและบริการ ขณะที่นักศึกษาด้านบริหารธุรกิจอาจช่วยเปลี่ยนไอเดียเหล่านั้นให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่สามารถทดลองกับตลาดได้ เมื่อคนจากหลายศาสตร์มาทำงานร่วมกัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงสามารถเป็นพื้นที่เชื่อมต่อความรู้ ไอเดีย และความสามารถที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างโครงการและธุรกิจรูปแบบใหม่ได้ จากปัญหาเล็ก ๆ สู่ไอเดียธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “ธุรกิจอะไรทำแล้วรวย?” แต่สามารถเริ่มจากคำถามที่ง่ายกว่านั้นว่า “มีปัญหาอะไรที่เราอยากแก้?” ตัวอย่างเช่น เมื่อพบปัญหาแล้ว ขั้นตอนถัดไปไม่ใช่การรีบสร้างผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ที่สุด แต่คือการตรวจสอบก่อนว่า คนอื่นมีปัญหานี้จริงหรือไม่ เส้นทางง่าย ๆ สามารถเริ่มจาก Problem → Customer → Idea → Prototype → MVP → Market Test ถ้าผู้ใช้ไม่สนใจ เราเรียนรู้และปรับใหม่ ถ้าผู้ใช้เริ่มสนใจ เราจึงค่อยลงทุนเวลาและทรัพยากรเพื่อพัฒนาต่อ นี่คือหนึ่งในทักษะสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการที่นักศึกษาสามารถเริ่มฝึกได้ตั้งแต่ยังอยู่ในมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนับสนุนนักศึกษาให้เริ่มธุรกิจได้อย่างไร การสร้างผู้ประกอบการไม่ได้เกิดจากการจัดอบรมเพียงครั้งเดียว แต่ต้องมีพื้นที่ให้นักศึกษาได้ทดลองอย่างต่อเนื่อง นักศึกษาบางคนอาจอยู่ในช่วงที่ยังไม่มีไอเดีย บางคนมีไอเดียแล้วแต่ยังไม่มีทีม บางทีมเริ่มสร้าง Prototype บางทีมมีผลิตภัณฑ์แล้วและกำลังหาลูกค้ากลุ่มแรก ดังนั้น การสนับสนุนจึงต้องแตกต่างกันในแต่ละ Stage สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้น สิ่งที่ต้องการอาจเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อนใหม่ และโอกาสในการสำรวจปัญหา เมื่อเริ่มมีไอเดีย สิ่งที่ต้องการอาจเปลี่ยนเป็น Mentor เครื่องมือในการพัฒนาต้นแบบ หรือพื้นที่สำหรับทดสอบ และเมื่อมีผลิตภัณฑ์ สิ่งสำคัญอาจกลายเป็นการทดลองตลาด การหา Business Model และการเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่เหมาะสม builds CMU พื้นที่ให้นักศึกษาได้ลองเป็นผู้ประกอบการ builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program เป็นพื้นที่หนึ่งสำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้ด้าน Startup และการเป็นผู้ประกอบการ แนวคิดของ builds คือ นักศึกษาไม่จำเป็นต้องมีธุรกิจอยู่ก่อนแล้วจึงจะเข้าร่วมได้ ยังไม่มีไอเดียก็เริ่มได้ นักศึกษาสามารถเริ่มจากการเข้าร่วมกิจกรรม พบเพื่อนจากต่างคณะ เรียนรู้จากผู้ประกอบการ ทดลองคิดไอเดีย และค่อย ๆ พัฒนาความสนใจของตัวเองไปสู่สิ่งที่จับต้องได้ เมื่อมีไอเดียแล้ว เส้นทางสามารถพัฒนาต่อไปสู่การสร้างทีม การทำ Prototype และ MVP รวมถึงการทดลองกับตลาดจริง โดยมี Mentor และผู้เชี่ยวชาญช่วยสนับสนุนระหว่างทาง จุดสำคัญจึงไม่ใช่การบอกให้นักศึกษาทุกคนต้องเปิดบริษัท แต่คือการสร้างโอกาสให้ทุกคนได้ “ลอง” ลองคิด ลองสร้าง ลองขาย ลองคุยกับลูกค้า และลองเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง Community ช่วยให้นักศึกษาเริ่มต้นง่ายขึ้น หนึ่งในอุปสรรคของนักศึกษาที่อยากเริ่มทำธุรกิจคือ “อยากทำ แต่ไม่มีเพื่อนทำด้วย” การสร้าง Community จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Startup Ecosystem เมื่อนักศึกษาจากหลายคณะได้มาเจอกัน คนที่มีทักษะต่างกันสามารถสร้างทีมร่วมกันได้ คนหนึ่งอาจเขียนโปรแกรม อีกคนออกแบบ อีกคนเข้าใจลูกค้า อีกคนขายเก่ง การมี Community ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจไม่จำเป็นต้องเกิดจากคนที่รู้ทุกอย่างเพียงคนเดียว builds ยังทำงานร่วมกับ Startup Club ในหลายคณะ เพื่อสร้างพื้นที่ให้นักศึกษาได้เริ่มต้นจากความสนใจและความเชี่ยวชาญในสาขาของตัวเอง ก่อนเชื่อมต่อกับนักศึกษาจากศาสตร์อื่น ๆ จากไอเดีย สู่ Prototype และ MVP ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยในการเริ่มธุรกิจคือการใช้เวลานานเกินไปกับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่คิดว่า “สมบูรณ์แบบ” แต่สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างสิ่งที่ง่ายพอให้ผู้ใช้ทดลองได้เร็ว Prototype แรกอาจเป็นเพียง เมื่อมีคนทดลองใช้ เราจะเริ่มได้รับข้อมูลว่าอะไรควรทำต่อและอะไรไม่จำเป็น หลังจากนั้นจึงค่อยพัฒนาไปสู่ MVP หรือ Minimum Viable Product ที่สามารถใช้ทดสอบสมมติฐานสำคัญของธุรกิจกับตลาดจริงได้ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยากเริ่มธุรกิจ ควรเริ่มตรงไหน ถ้าคุณเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกำลังคิดว่าอยากลองทำธุรกิจ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร ลองเริ่มจาก 5 ขั้นตอนนี้ 1. มองหาปัญหาใกล้ตัว สังเกตว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ตัวเองหรือคนรอบตัวเสียเวลา เสียเงิน หรือรู้สึกไม่สะดวก 2. คุยกับคนที่มีปัญหานั้น อย่าเพิ่งรีบขายไอเดีย ลองถามและฟังว่าปัญหาที่เราคิดว่าสำคัญนั้นสำคัญกับเขาจริงหรือไม่ 3. สร้างวิธีแก้ที่ง่ายที่สุด ไม่จำเป็นต้องสร้าง Application หรือผลิตสินค้าจำนวนมากตั้งแต่แรก 4. ให้คนจริงทดลอง เก็บ Feedback และสังเกตพฤติกรรม ไม่ใช่ถามเพียงว่า “ชอบไหม?” 5. ปรับแล้วทดลองอีกครั้ง ถ้าสิ่งแรกไม่เวิร์ก ไม่ได้หมายความว่าเราทำธุรกิจไม่ได้ แต่หมายความว่าเราเพิ่งได้ข้อมูลใหม่สำหรับการทดลองครั้งต่อไป การเป็นผู้ประกอบการไม่ได้จำกัดอยู่แค่คณะบริหารธุรกิจ นักศึกษาทุกศาสตร์สามารถพัฒนาทักษะผู้ประกอบการได้ เพราะหัวใจของ Entrepreneurship ไม่ได้อยู่ที่การจดทะเบียนบริษัทหรือการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการมองเห็นปัญหา สร้างคุณค่า ทดลองแนวทางแก้ไข และทำให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นจริง ทักษะเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับ Startup ธุรกิจครอบครัว งานวิจัยและนวัตกรรม Social Enterprise การทำงานในองค์กร หรือแม้แต่การสร้างโครงการใหม่ภายในบริษัท ดังนั้น ต่อให้สุดท้ายไม่ได้เลือกเป็นเจ้าของธุรกิจ ประสบการณ์จากการทดลองเป็นผู้ประกอบการก็ยังสามารถกลายเป็นทักษะสำคัญสำหรับการทำงานในอนาคตได้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่ดีสำหรับการเริ่มทดลอง ช่วงเวลาที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นช่วงที่นักศึกษาสามารถเข้าถึงผู้คน ความรู้ ทรัพยากร และโอกาสในการทดลองได้จำนวนมาก บางไอเดียอาจไปต่อ บางไอเดียอาจต้องเปลี่ยน บาง Prototype อาจไม่มีใครใช้ และบางทีมอาจค้นพบโอกาสที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน สิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้แบบผู้ประกอบการ บทบาทของมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้มีเพียงการเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสมัครงานหลังเรียนจบ แต่ยังสามารถเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้นักศึกษาได้ทดลอง สร้างงาน สร้างนวัตกรรม และสร้างธุรกิจของตัวเอง สำหรับนักศึกษาที่อยากเริ่มต้น สามารถติดตามกิจกรรม Community และเส้นทางการพัฒนา Startup จาก builds CMU เพื่อเริ่มจากจุดที่ตัวเองอยู่ในวันนี้ได้ เพราะธุรกิจแรกอาจไม่ได้เริ่มจากคำว่า “ฉันอยากเป็นผู้ประกอบการ” แต่อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “ปัญหานี้ เราทำให้มันดีขึ้นได้ไหม?” รู้จัก builds CMU พื้นที่สำหรับนักศึกษาที่อยากลองเริ่มต้น หากคุณเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สนใจเรื่อง Startup การทำธุรกิจ หรือนวัตกรรม แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่คุณสามารถเข้ามาลองเรียนรู้และค้นหาเส้นทางของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องมีทีม และไม่จำเป็นต้องมีไอเดียที่พร้อมตั้งแต่วันแรก คุณสามารถเริ่มจากการเข้าร่วมกิจกรรม ทำความรู้จักเพื่อนจากต่างคณะ เรียนรู้จาก Mentor และผู้ประกอบการ หรือทดลองพัฒนาไอเดียเล็ก ๆ ให้กลายเป็น Prototype และ MVP ที่สามารถนำไปทดสอบกับผู้ใช้จริงได้ เพราะการเป็นผู้ประกอบการอาจไม่ได้เริ่มจากการมีคำตอบที่ชัดเจนที่สุด แต่อาจเริ่มจากการได้อยู่ในพื้นที่ที่ทำให้เรา กล้าคิด กล้าลอง และกล้าลงมือทำ ถ้าคุณอยากลองเริ่มต้น สามารถทำความรู้จักกิจกรรม โปรแกรม และ Community ของ builds CMU แล้วเลือกจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับตัวเองได้เลย รู้จัก builds CMU และดูกิจกรรมสำหรับนักศึกษา →
ครบรอบ 3 ปี builds CMU: เรียนรู้ธุรกิจจากการลงมือทำจริง เพราะ Everyone Can Start

3 ปีของ builds CMU คือการชวนนักศึกษาเรียนรู้ธุรกิจ ผ่านการคิดจริง ลองจริง และทำจริง วันที่ 16 สิงหาคม 2566 คือวันเริ่มต้นของ builds – CMU Startup & Entrepreneurial Program โปรแกรมที่เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการและทดลองสร้างธุรกิจตั้งแต่ยังอยู่ในมหาวิทยาลัย builds เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 ในฐานะหนึ่งในกลไกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการขับเคลื่อนสู่การเป็น Entrepreneurial University แต่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ builds พยายามสร้าง ไม่ใช่เพียงจำนวน Startup หรือจำนวนบริษัทใหม่ สิ่งที่เราอยากสร้างคือ ประสบการณ์ ประสบการณ์ที่ทำให้นักศึกษาได้ลองคิดได้ลองตัดสินใจได้ออกไปเจอลูกค้าได้สร้างสิ่งของขึ้นมาทดลองได้เจอคำว่า “ไม่”ได้กลับมาแก้ไขและได้เรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะเราเชื่อว่า การเป็นผู้ประกอบการ ไม่ได้เรียนรู้ได้จากห้องเรียนเพียงอย่างเดียว สำหรับคนที่อยากรู้จัก builds มากขึ้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เกี่ยวกับ builds CMU ซึ่งอธิบายบทบาทของ builds ในการสร้าง Startup Ecosystem และพื้นที่ให้นักศึกษา นักวิจัย และบุคลากรได้ทดลอง เรียนรู้ และต่อยอดสู่ธุรกิจจริง การเป็นผู้ประกอบการ ไม่ได้เรียนรู้ได้จากห้องเรียนอย่างเดียว – ไม่จำเป็นต้องพร้อมก่อน ถึงจะลองเริ่มได้ หลายครั้ง เวลาพูดถึงคำว่า “Startup” หรือ “ผู้ประกอบการ” เราอาจคิดว่าต้องมีไอเดียที่ดี มี Business Plan มีทีม หรือมีสินค้าอยู่แล้ว แต่สำหรับ builds จุดเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น คุณไม่จำเป็นต้องมี Business Plan ตั้งแต่วันแรก ไม่จำเป็นต้องมี Prototype ยังไม่จำเป็นต้องมีทีม และไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่าไอเดียสุดท้ายของตัวเองจะออกมาเป็นแบบไหน สิ่งที่พอจะมี อาจเป็นเพียงคำถามว่า “มีอะไรบางอย่างที่เราอยากลองไหม?” จากคำถามเล็ก ๆ นั้น เราค่อย ๆ เริ่มหาคำตอบ ลองมองหาปัญหาที่สนใจลองออกไปพูดคุยกับคนที่เจอปัญหานั้นลองหาเพื่อนร่วมทีมลองสร้างสิ่งง่าย ๆ ขึ้นมาและลองนำมันไปให้คนจริง ๆ ใช้ เพราะที่ builds เราเชื่อว่า ไอเดียจะชัดขึ้น เมื่อเราได้ลองทำจริง ใครที่กำลังมีคำถามว่าอยากเริ่มธุรกิจแต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร สามารถอ่านต่อได้ที่ ทำธุรกิจอะไรดี? วันนี้ builds CMU มีคำตอบ ซึ่งรวบรวมแนวทางเริ่มต้นจากการค้นหาปัญหาและโอกาสรอบตัว เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ลองคิด ลองทำ และลองใช้ชีวิตแบบเจ้าของธุรกิจ สำหรับ builds การเรียนรู้เรื่องผู้ประกอบการไม่ได้หมายถึงการเรียนวิธีเขียน Business Model หรือฝึก Pitch เพียงอย่างเดียว แต่คือการได้ลองสัมผัส กระบวนการของคนทำธุรกิจจริง เริ่มจากการค้นหาปัญหา แทนที่จะเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “เราจะขายอะไรดี?” เราอยากชวนให้เริ่มจากการมองว่า คนรอบตัวกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่? จากนั้นจึงค่อยออกไปพูดคุยและค้นหาว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงสิ่งที่เราคิดไปเอง คุยกับลูกค้าจริง บางครั้งสิ่งที่เราเชื่อกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการอาจไม่เหมือนกัน การออกไปคุยกับผู้ใช้จริงจึงช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้ว่า ธุรกิจไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราอยากสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเข้าใจว่า เรากำลังสร้างคุณค่าให้ใคร นี่เป็นจุดที่การเรียนรู้เริ่มเปลี่ยนจากทฤษฎีมาเป็นประสบการณ์ของตัวเอง สร้าง Prototype หรือ MVP เมื่อเริ่มเข้าใจปัญหาแล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ทันที สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างบางอย่างที่ง่ายพอให้ทดลองได้ อาจเป็น PrototypeMockupLanding Pageตัวอย่างบริการหรือ MVP แบบง่ายที่สุด เป้าหมายไม่ใช่การทำให้มัน “สมบูรณ์” แต่คือการทำให้เราสามารถนำไอเดียออกจากหัว และไปเรียนรู้จากโลกจริงได้ ทดลองและรับ Feedback บาง Prototype ใช้ไม่ได้ บาง Pitch ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง บางครั้งลูกค้าอาจตอบว่า “ไม่สนใจ” และบางทีมอาจค้นพบว่าไอเดียที่ทำมาหลายสัปดาห์ควรเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าการทดลองล้มเหลว เพราะทุกครั้งที่ลงมือทำ เราได้ข้อมูลบางอย่างกลับมา ไม่ใช่ทุกไอเดียจะสำเร็จในครั้งแรกแต่ทุกครั้งที่ลงมือทำ เราสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างกลับมาได้ นี่คือสิ่งที่เราอยากให้นักศึกษาได้สัมผัสจาก builds จากคำถามว่า “เราจะทำได้ไหม?” สู่ “ถ้าจะลองเริ่ม เราต้องเริ่มอย่างไร?” หนึ่งในภาพที่เราอยากเห็นมากที่สุด ไม่ใช่วันที่นักศึกษาสามารถ Pitch ได้ดีที่สุด แต่คือวันที่วิธีคิดเริ่มเปลี่ยน จากเดิมที่ถามว่า “เราจะทำได้ไหม?” ไปเป็น “ถ้าจะลองเริ่ม เราต้องเริ่มอย่างไร?” เพราะจุดนั้นคือช่วงเวลาที่นักศึกษาเริ่มคิดแบบ เจ้าของปัญหาและเจ้าของธุรกิจ เริ่มตั้งคำถามด้วยตัวเองเริ่มตัดสินใจเองเริ่มรับผิดชอบต่อสิ่งที่เลือกและเรียนรู้จากผลลัพธ์จริง การเรียนรู้จึงไม่ได้อยู่แค่ในห้องอีกต่อไป แต่มันกลายเป็น ประสบการณ์ของตัวเอง builds จึงวางตัวเองเป็นพื้นที่ให้นักศึกษาได้ทดลอง ตั้งแต่การมีไอเดียไปจนถึงการสร้างต้นแบบ ทดลองขาย และต่อยอดเป็นธุรกิจจริง หากอยากเห็นภาพว่า builds สนับสนุนนักศึกษาจากไอเดียไปสู่ธุรกิจอย่างไร อ่านต่อได้ที่ เปลี่ยนไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง เริ่มได้ในรั้ว มช. ที่ builds 3 ปีที่ผ่านมา จากการลองเล็ก ๆ สู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อการทดลองเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไอเดียบางส่วนเริ่มพัฒนาไปไกลกว่าเดิม จากคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนกลายเป็นคนที่มองเห็นปัญหา จากปัญหากลายเป็น Business Idea จาก Business Ideaกลายเป็น Prototype หรือ MVP และจากบาง Prototypeค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ทีมผู้ประกอบการและธุรกิจจริง ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา builds มีผลลัพธ์สะสม ได้แก่ 340 Business Ideas ไอเดียธุรกิจที่เกิดขึ้นจากนักศึกษาซึ่งผ่านกระบวนการค้นหาโจทย์ ทดลองแนวคิด และพัฒนาโอกาสทางธุรกิจ Prototype / MVP และทีมที่ลงมือพัฒนาของจริง หลายไอเดียถูกเปลี่ยนจากสิ่งที่อยู่บนกระดาษ ให้กลายเป็นสิ่งที่สามารถนำไปทดลองกับผู้ใช้และตลาดได้ 25 ธุรกิจ / บริษัท ทีมบางส่วนเดินหน้าจากการทดลองไปสู่การจัดตั้งและดำเนินธุรกิจจริง รายได้และเงินลงทุนรวมกว่า 33.6 ล้านบาท เป็นหนึ่งในหลักฐานว่าการเรียนรู้จากการทดลองสามารถเดินทางต่อไปสู่ผลลัพธ์ในโลกธุรกิจได้ Community กว่า 5,997 คน เบื้องหลังทุกกิจกรรมคือ Community ของนักศึกษา อาจารย์ Mentor ผู้ประกอบการ และเครือข่ายที่ร่วมกันทำให้การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพียงลำพัง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ปลายทางของ buildsแต่เป็นหลักฐานว่าการเริ่มต้นเล็ก ๆ สามารถเติบโตต่อได้ builds เป็นส่วนหนึ่งของ Startup Ecosystem มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ builds ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว การสร้างผู้ประกอบการในมหาวิทยาลัยต้องอาศัยทั้งพื้นที่เรียนรู้ อาจารย์ Mentor ผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างสนับสนุน เทคโนโลยี งานวิจัย เครือข่ายธุรกิจ และโอกาสในการทดลองตลาด อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ STeP CMU มีพันธกิจด้านการสร้าง Startup Ecosystem และ Business Incubation เพื่อผลักดันให้เกิดธุรกิจนวัตกรรมจากทรัพยากรและองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัย สามารถศึกษาบทบาทของหน่วยงานเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำหรับทีมที่พัฒนาไปสู่การบ่มเพาะธุรกิจในระดับที่เข้มข้นขึ้น ยังมี Basecamp24 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกของ STeP CMU ที่สนับสนุน Startup ผ่านการให้คำปรึกษา เครือข่าย และการพัฒนาธุรกิจ การเปิดตัว builds เมื่อปี 2566 ก็เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในการสร้างกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย STeP มีส่วนร่วมในระบบสนับสนุนดังกล่าว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข คือ “คน” ที่อยู่เบื้องหลัง 340 ไอเดียอาจดูเป็นเพียงตัวเลข แต่เบื้องหลังทุกไอเดีย มีคนที่เคยสงสัยว่า “สิ่งนี้จะเป็นไปได้จริงไหม?” 25 บริษัทอาจดูเป็นผลลัพธ์ของโครงการ แต่ก่อนจะเป็นบริษัท ทุกทีมเคยมีวันที่ไอเดียยังไม่ชัด Prototype ยังไม่สมบูรณ์ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกค้าจะสนใจสิ่งที่กำลังสร้างหรือไม่ สำหรับ builds นั่นคือส่วนที่มีความหมาย เพราะเป้าหมายของการเรียนรู้แบบผู้ประกอบการ ไม่ได้หมายความว่านักศึกษาทุกคนต้องจบออกไปเปิดบริษัท สิ่งที่เราอยากให้ติดตัวออกไป คือความสามารถในการ มองเห็นปัญหาตั้งคำถามลองหาคำตอบลงมือทำตัดสินใจรับ Feedbackและ เรียนรู้จากผลลัพธ์ของตัวเอง ไม่ว่าสุดท้ายเขาจะเลือกเป็นผู้ประกอบการทำงานในองค์กรเป็นนักวิจัยหรือสร้างเส้นทางของตัวเอง ประสบการณ์เหล่านี้ก็ยังมีคุณค่า ครบรอบ 3 ปี builds CMU — ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันสร้าง Ecosystem นี้ วันนี้ builds เดินทางมาครบ 3 ปี และการเดินทางนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนคนเดียว ขอขอบคุณ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่การเป็น Entrepreneurial University ซึ่งเป็นหนึ่งในบริบทสำคัญของการก่อตั้ง builds ขอบคุณ อาจารย์และบุคลากร ที่ช่วยเปิดพื้นที่ เปิดโอกาส และเชื่อมโยงนักศึกษาเข้าสู่ประสบการณ์ใหม่ ขอบคุณ Mentor พาร์ตเนอร์ และผู้ประกอบการ ที่แบ่งปันประสบการณ์จริง และช่วยตั้งคำถามกับทีมในวันที่คำตอบยังไม่ชัด และขอบคุณ นักศึกษาทุกคน ทั้งคนที่มา Workshopคนที่เข้ามาปรึกษาคนที่มาหาเพื่อนร่วมทีมคนที่ทำ Prototype ครั้งแรกคนที่ Pitch ครั้งแรกคนที่ลองขายของครั้งแรก รวมถึงคนที่ทดลองแล้วค้นพบว่า “สิ่งนี้อาจไม่ใช่เส้นทางของเรา” เพราะนั่นก็เป็นการเรียนรู้เหมือนกัน ทุกคนคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ builds ค่อย ๆ กลายเป็น Startup Ecosystem และพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการทดลอง ซึ่งเป็นแนวทางที่ builds ระบุไว้ในการสร้างพื้นที่ให้สมาชิกมหาวิทยาลัยได้ทดลอง ล้มเหลว และเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ จาก 3 ปีที่ผ่านมา → builds ในปีต่อ ๆ ไป ตลอด 3 ปี builds ได้เห็นคนมากมายเริ่มจาก คำถามเล็ก ๆไอเดียที่ยังไม่ชัดPrototype ที่ยังไม่สมบูรณ์และความกล้าที่จะลองเป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่เราอยากเห็นต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงว่า builds จะเติบโตแค่ไหน เราอยากเห็นว่า “คุณจะเริ่มอะไร?” มีไอเดีย → มาคุยกัน ยังไม่มีไอเดีย → มาหาโจทย์ด้วยกัน มีโปรเจกต์ → มาลองกับตลาด กำลังหาทีม → มาเจอกันใน Community คุณสามารถเริ่มรู้จักพื้นที่และโอกาสต่าง ๆ ได้จาก builds CMU ซึ่งรวบรวมข้อมูลกิจกรรม เรื่องราว และช่องทางสำหรับนักศึกษาที่อยากเริ่มต้น คุณไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบทั้งหมดตั้งแต่วันนี้ บางครั้งจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การรู้ว่าเราจะไปถึงตรงไหน แต่เป็นการตัดสินใจว่า “เราจะลองก้าวแรกหรือยัง?” The Next Start Could Be Yours. Everyone Can Start.
รวมกิจกรรมน่าสนใจจาก builds CMU 🚀 | พื้นที่สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ ของนักศึกษา มช.

builds CMU หรือ CMU Startup & Entrepreneurial Program คือพื้นที่สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่อยากลองคิด ลงมือทำ และเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการจากประสบการณ์จริง ไม่ว่าตอนนี้คุณจะยังไม่มีไอเดีย มีไอเดียแต่ไม่มีทีม หรือมีต้นแบบแล้วและอยากนำไปทดลองกับตลาด ก็สามารถเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับจุดที่ตัวเองอยู่ได้ หลายคนคิดว่าการเริ่มธุรกิจต้องมีไอเดียที่สมบูรณ์ มีทีมที่พร้อม หรือเก่งเรื่องธุรกิจมาก่อน แต่ความจริงแล้ว การเริ่มต้นอาจมาจากการสังเกตปัญหาใกล้ตัว การพบเพื่อนที่สนใจเรื่องเดียวกัน หรือการลองสร้างต้นแบบเล็ก ๆ เพื่อเรียนรู้จากผู้ใช้จริง builds จึงออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ตั้งแต่การจุดประกายไอเดีย พัฒนาทักษะ หาเพื่อนร่วมทีม สร้าง Prototype ทดลองตลาด ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจและเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญหรือเครือข่ายผู้ประกอบการ กิจกรรม builds CMU เหมาะกับใครบ้าง? กิจกรรมของ builds ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับคนที่มีธุรกิจอยู่แล้วเท่านั้น แต่เหมาะกับนักศึกษาหลากหลายกลุ่ม เช่น ลองดูว่าตอนนี้คุณอยู่ในจุดไหน แล้วเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับคุณได้เลย เริ่มต้นจากการเรียนรู้และพบเพื่อนร่วมทาง Wednesday Playground Wednesday Playground คือกิจกรรม Hands-on Workshop ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองใช้เครื่องมือ ฝึกทักษะเฉพาะด้าน ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนต่างคณะ และนำผลงานมาแลกเปลี่ยน Feedback กัน กิจกรรมนี้เหมาะกับคนที่อยากพัฒนาทักษะใหม่ ๆ และเรียนรู้จากการทดลองในพื้นที่ที่ไม่กดดัน เพราะทักษะการเป็นผู้ประกอบการไม่ได้เกิดจากการฟังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ลงมือทำจริง Friday Night Friday Night คือกิจกรรม Networking ในบรรยากาศสบาย ๆ ที่เปิดโอกาสให้คนสาย Business, Design, Technology และสาขาอื่น ๆ ได้มาพบกัน คุณสามารถเข้ามาแบ่งปันไอเดีย ปรึกษาสิ่งที่กำลังทำ หาเพื่อนร่วมทีม หรือทำความรู้จักกับคนที่อาจกลายเป็น Co-founder ในอนาคต เหมาะกับคนที่มีไอเดียแล้ว แต่ยังขาดทีม หรือยังไม่รู้ว่าจะเริ่มคุยกับใคร ZERO TO CEO ZERO TO CEO คือเวิร์กช็อปสำหรับนักศึกษาที่อยากทดลองทำธุรกิจตั้งแต่ต้น เริ่มจากการคิดไอเดีย ทำความเข้าใจลูกค้า พัฒนาสินค้าหรือบริการ สร้างต้นแบบ และทดลองนำเสนอหรือขายจริง จุดเด่นคือผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานธุรกิจหรือมีทีมมาก่อน สามารถเริ่มจากความสนใจและความอยากลอง แล้วเรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ผ่านการลงมือทำและคำแนะนำจากเมนเทอร์ พัฒนาไอเดียสู่ธุรกิจจริงกับ builds CMU สำหรับคนที่มีไอเดียหรือต้นแบบอยู่แล้ว builds CMU มีเส้นทางพัฒนาให้เลือกตามความพร้อมของโครงการ ตั้งแต่การตรวจสอบปัญหา ไปจนถึงการสร้างธุรกิจจริง builds IDEA เหมาะกับคนที่มีไอเดียเริ่มต้น หรือพบปัญหาบางอย่างที่อยากแก้ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การค้นหา Pain Point ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ออกแบบแนวคิด และนำไอเดียไปทดสอบว่ามีคนต้องการจริงหรือไม่ เป้าหมายในช่วงนี้ไม่ใช่การรีบเปิดบริษัท แต่คือการลดความเสี่ยงด้วยการตรวจสอบว่าเรากำลังแก้ปัญหาที่สำคัญให้กับลูกค้าจริง builds SOLUTION เหมาะกับทีมที่มี Prototype หรือต้นแบบอยู่แล้ว และต้องการพัฒนาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้งานและขายได้จริง ทีมจะได้เรียนรู้เรื่องโมเดลรายได้ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ การผลิต First Lot การทดสอบกับผู้ใช้ และการเก็บ Feedback จากตลาด เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาสินค้าก่อนลงทุนเพิ่ม builds BUSINESS เหมาะกับทีมที่ผ่านการทดสอบไอเดียและผลิตภัณฑ์มาแล้ว และพร้อมเดินหน้าสู่การจัดตั้งหรือบริหารธุรกิจอย่างจริงจัง เนื้อหาครอบคลุมเรื่องทีม การเงิน การตลาด การดำเนินงาน การเติบโตของธุรกิจ รวมถึงการเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญ พันธมิตร และโอกาสด้านการลงทุน รายละเอียดของทั้งสามเส้นทางสามารถดูได้ที่หน้า รวมกิจกรรมสายธุรกิจของ builds พาผลงานไปต่อในเวทีที่ใหญ่ขึ้น Research to Market: R2M Research to Market หรือ R2M คือเวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษานำผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมาวิเคราะห์ตลาด พัฒนาแนวคิดธุรกิจ และสร้างแผนสำหรับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง ผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกตั้งแต่การทำความเข้าใจเทคโนโลยี วิเคราะห์ลูกค้า วางโมเดลธุรกิจ ไปจนถึง Pitching ในระดับมหาวิทยาลัย ภูมิภาค และระดับประเทศ Startup Thailand League Startup Thailand League เป็นเวทีสำหรับนักศึกษาทั่วประเทศในการพัฒนาไอเดียนวัตกรรม เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ สร้างต้นแบบ และนำเสนอผลงานผ่านการแข่งขัน Pitching โครงการดำเนินงานโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA และมีการแข่งขันตั้งแต่ระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับประเทศ สามารถติดตามข้อมูลจาก Startup Thailand League โดย NIA New Regional Startups New Regional Startups เป็นโครงการพัฒนาผู้ประกอบการที่ใช้กระบวนการ Workshop, Pitching, Consultation และการพัฒนา MVP เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมเปลี่ยนไอเดียให้เป็นต้นแบบที่สามารถนำไปทดลองกับตลาดได้ รายละเอียด คุณสมบัติ ระยะเวลา และการสนับสนุนในแต่ละปีอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบประกาศรอบล่าสุดก่อนสมัคร Experiential Learning Program: ELP Experiential Learning Program หรือ ELP เปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการผ่านประสบการณ์จริง รวมถึงการนำไอเดียหรือ Prototype ไปทดลองกับเครือข่ายต่างประเทศ พบผู้ประกอบการ และเรียนรู้จากระบบนิเวศนวัตกรรมระดับนานาชาติ CMUBI และเครือข่ายบ่มเพาะธุรกิจ CMUBI และระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเข้าสู่การพัฒนาธุรกิจ กลไกบ่มเพาะของ STeP มุ่งสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย การสร้างธุรกิจนวัตกรรม การเชื่อมต่อพันธมิตร และการจัดเตรียมพื้นที่หรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้ประกอบการ มากกว่าการอบรม คือการได้ทดลองทำจริง นอกจากโปรแกรมหลักแล้ว ยังมีกิจกรรม Showcase, Mentoring, Pitching และ Networking ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกนำเสนอผลงาน รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พบเพื่อนร่วมทีม และเชื่อมต่อกับโอกาสใหม่ ๆ บางทีมอาจเริ่มจากเวิร์กช็อปเล็ก ๆ บางทีมเริ่มจากงานวิจัยในห้องแล็บ และบางคนอาจเริ่มจากการเดินเข้ามาคุยโดยยังไม่มีไอเดีย สิ่งสำคัญคือการเลือกก้าวแรกที่เหมาะกับตัวเอง แล้วค่อยทดลอง เรียนรู้ และปรับปรุงจากข้อมูลจริง เลือกกิจกรรมให้ตรงกับจุดที่คุณอยู่ เลือกง่าย ๆ ตามนี้ เพราะการเป็นผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความพร้อม 100% คุณไม่ต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่วันแรก แค่เริ่มจากจุดที่คุณอยู่ แล้วค่อย ๆ คิด ทดลอง เรียนรู้ และสร้างของจริงไปกับ builds CMU ติดตามประกาศกิจกรรมและรอบรับสมัครล่าสุดได้ที่ หมายเหตุ: กิจกรรมส่วนใหญ่เปิดรับสมัครเป็นรอบ คุณสมบัติ ระยะเวลา รูปแบบกิจกรรม และการสนับสนุนอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์และ Facebook ของ builds CMU ก่อนสมัคร
รวม 30++ AI Tools สำหรับนักศึกษาและผู้ประกอบการ: มีคนเดียวก็เริ่มธุรกิจได้ ด้วยเครื่องมือจาก Google Labs

ในยุคที่การเริ่มต้นธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีทีมใหญ่ตั้งแต่วันแรก นักศึกษาและผู้ประกอบการรุ่นใหม่สามารถใช้ AI เป็นเหมือน “ทีมงานเสมือน” ที่ช่วยคิด ช่วยออกแบบ ช่วยทำคอนเทนต์ ช่วยสร้างต้นแบบ ช่วยสรุปข้อมูล และช่วยเล่าเรื่องธุรกิจให้น่าสนใจมากขึ้น builds ขอแนะนำหนึ่งในแหล่งรวมเครื่องมือ AI ที่น่าสนใจคือ Google Labs พื้นที่ทดลอง AI จาก Google ที่เปิดให้ผู้ใช้ได้ลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งด้านการสร้างสรรค์ การเรียนรู้ การพัฒนา และการทดลองไอเดีย โดย Google Labs ระบุว่าเป็นพื้นที่สำหรับค้นพบและทดลอง AI experimental products จาก Google และช่วยให้ผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมกับอนาคตของเทคโนโลยี AI สำหรับนักศึกษา ผู้ประกอบการ หรือ Startup Builder เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นเทคโนโลยี แต่สามารถกลายเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ที่ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจเร็วขึ้น ถูกลง และทดลองได้มากขึ้น ทำไม AI Tools ถึงสำคัญกับนักศึกษาและผู้ประกอบการ? การทำธุรกิจคนเดียว หรือเริ่ม Startup จากศูนย์ มักติดปัญหา 5 อย่างนี้ AI Tools ช่วยลดแรงเสียดทานตรงนี้ได้ เพราะทำให้ “คนหนึ่งคน” สามารถทำงานได้เหมือนมีทีมเล็ก ๆ อยู่ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นทีมคอนเทนต์ ทีมดีไซน์ ทีมรีเสิร์ช ทีมโปรดักต์ หรือทีมการตลาด พูดง่าย ๆ คือ AI ไม่ได้ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จอัตโนมัติ แต่ทำให้คนที่ลงมือจริง “เริ่มเร็วกว่า ทดลองมากกว่า และเรียนรู้ไวกว่า” รวม 30++ AI Tools จาก Google Labs ที่น่าสนใจ หมายเหตุ: เครื่องมือใน Google Labs บางตัวเป็น Experimental Tools อาจเปิดให้ใช้งานเฉพาะบางประเทศ บางบัญชี หรือบางช่วงเวลา ควรตรวจสอบสถานะการใช้งานล่าสุดจากหน้า Google Labs โดยตรง 1. Gemini — ผู้ช่วย AI สำหรับคิด วิเคราะห์ และสรุปงาน เหมาะกับ: นักศึกษา, ผู้ประกอบการ, คนทำคอนเทนต์, คนทำธุรกิจคนเดียว Gemini เป็นหนึ่งในเครื่องมือ AI หลักของ Google ที่สามารถช่วยคิดไอเดีย สรุปข้อมูล เขียนข้อความ วิเคราะห์ปัญหา และช่วยวางแผนงานได้ เหมาะกับนักศึกษาที่ต้องทำรายงาน ทำโปรเจกต์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องคิดแผนธุรกิจด้วยตัวเอง ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt ช่วยวิเคราะห์ไอเดียธุรกิจนี้ให้หน่อยว่าเหมาะกับกลุ่มลูกค้าไหน มี Pain Point อะไร และควรเริ่มทดสอบตลาดอย่างไร 2. NotebookLM — ผู้ช่วยอ่านเอกสารและสรุปความรู้ เหมาะกับ: นักศึกษาทำรายงาน, อ่าน Paper, ทำรีเสิร์ช, สรุปข้อมูลลูกค้า NotebookLM ถูกพูดถึงใน Google Labs Lab Sessions ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยด้าน research workflow, memory retrieval, fact checking และการทำงานแบบ second brain สำหรับนักศึกษา นี่คือเครื่องมือที่เหมาะกับการอ่านเอกสารจำนวนมาก ส่วนผู้ประกอบการสามารถใช้สรุปข้อมูลลูกค้า คู่แข่ง รายงานตลาด หรือบทสัมภาษณ์ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt จากเอกสารนี้ ช่วยสรุป Pain Point ของลูกค้าออกมาเป็น 5 ข้อ พร้อมโอกาสทางธุรกิจที่น่าทำต่อ 3. Stitch — AI ออกแบบ UI และเว็บไซต์จากข้อความ เหมาะกับ: ทำ Landing Page, App Mockup, Prototype, เว็บไซต์ธุรกิจ Stitch เป็นเครื่องมือที่ Google Labs อธิบายว่าเปลี่ยนภาษาธรรมชาติให้กลายเป็นงานออกแบบคุณภาพสูง และช่วยให้สร้าง ทดลอง และทำงานร่วมกันในกระบวนการเดียว สำหรับคนทำธุรกิจคนเดียว เครื่องมือนี้น่าสนใจมาก เพราะช่วยให้จาก “คำอธิบายไอเดีย” กลายเป็นหน้าตาเว็บหรือแอปที่นำไปคุยกับลูกค้า Mentor หรือทีมพัฒนาได้ทันที ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt ออกแบบ Landing Page สำหรับธุรกิจรับจัดกิจกรรม Workshop ในเชียงใหม่ โทนสนุก ทันสมัย ใช้งานง่ายบนมือถือ 4. Opal — สร้าง AI Mini-App ด้วยภาษาธรรมชาติ เหมาะกับ: ทำ MVP, สร้างเครื่องมือทดลอง, Prototype ธุรกิจ Opal เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้าง แก้ไข และแชร์ AI mini-apps ด้วยภาษาธรรมชาติ นี่คือเครื่องมือที่เหมาะกับ Startup Builder มาก เพราะผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องสร้างระบบใหญ่ตั้งแต่แรก แต่อาจเริ่มจาก Mini-App เพื่อทดสอบสมมติฐาน เช่น แบบประเมินลูกค้า ระบบแนะนำสินค้า หรือ AI Assistant เฉพาะทาง ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt สร้าง Mini-App ที่ช่วยนักศึกษาประเมินไอเดียธุรกิจของตัวเอง โดยถามคำถาม 5 ข้อ แล้วให้คำแนะนำว่าควรเริ่มทดสอบตลาดอย่างไร 5. Mixboard — กระดานคิดไอเดียและ Moodboard ด้วย AI เหมาะกับ: คิดไอเดีย, ทำแบรนด์, วางแผนสินค้า, ทำ Moodboard Mixboard เป็น AI-powered concepting board ที่ช่วย explore, expand และ refine ideas สำหรับนักศึกษาและผู้ประกอบการ นี่คือเครื่องมือที่ดีมากในช่วงเริ่มต้น เพราะช่วยทำให้ไอเดียที่กระจัดกระจายมีภาพรวมมากขึ้น เหมาะกับการคิดแบรนด์ สินค้า คอนเทนต์ หรือแคมเปญการตลาด ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt สร้าง Moodboard สำหรับแบรนด์เครื่องดื่มสุขภาพสำหรับนักศึกษา โทนสดใส ราคาเข้าถึงง่าย และดูเป็นแบรนด์ยุคใหม่ 6. Pomelli — AI Marketing Tool สำหรับทำคอนเทนต์แบรนด์ เหมาะกับ: ทำการตลาด, ทำคอนเทนต์, สร้างแคมเปญ, ธุรกิจคนเดียว Pomelli เป็น experimental AI-powered marketing tool ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างคอนเทนต์แบบ on-brand และช่วยให้แบรนด์สื่อสารกับผู้ชมได้เร็วขึ้น ถ้าคุณทำธุรกิจคนเดียว Pomelli คือเครื่องมือที่ช่วยลดภาระด้าน Content Marketing ได้ดี เพราะเจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่ได้ติดที่ “ขายอะไร” แต่ติดที่ “จะเล่ายังไงให้คนสนใจ” ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt ช่วยสร้างคอนเทนต์ 10 โพสต์สำหรับแบรนด์ขนมสุขภาพสำหรับนักศึกษา โดยใช้โทนสนุก เป็นกันเอง และขายแบบไม่ยัดเยียด 7. Flow — AI Creative Studio สำหรับวิดีโอ ภาพ และ Storytelling เหมาะกับ: ทำวิดีโอโปรโมต, Product Demo, Pitch Video, Storytelling Flow เป็น AI creative studio ที่ Google ระบุว่าสามารถช่วยสร้าง ปรับแต่ง และประกอบวิดีโอ ภาพ และเรื่องเล่า โดยใช้ AI models ของ Google สำหรับผู้ประกอบการคนเดียว Flow ช่วยให้การทำวิดีโอโปรโมตสินค้า หรือจำลองภาพการใช้งานบริการ ทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมีทีม Production ใหญ่ตั้งแต่แรก ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt สร้างวิดีโอสั้น 20 วินาที เล่า Pain Point ของนักศึกษาที่ไม่มีเวลาหาอาหารสุขภาพ และนำเสนอแอปสั่งอาหารสุขภาพในมหาวิทยาลัยเป็นทางออก 8. Google Flow Music — สร้างเพลงและ Music Video ด้วย AI เหมาะกับ: Branding, Event, Video Content, Product Launch Google Flow Music เป็นเครื่องมือที่ให้ผู้ใช้แชตกับ Producer ภายในระบบ เพื่อเปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นเพลง มิวสิกวิดีโอ และงานเสียงอื่น ๆ สำหรับธุรกิจเล็ก ๆ เสียงและเพลงอาจช่วยสร้างตัวตนของแบรนด์ได้ เช่น เพลงประกอบวิดีโอ เสียงสำหรับแคมเปญ หรือบรรยากาศของงาน Event ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt สร้างเพลงสั้นสำหรับแบรนด์ Startup ด้านการศึกษา โทนสดใส มีพลัง และให้ความรู้สึกว่าอนาคตเป็นไปได้ 9. ProducerAI — ผู้ช่วยสร้างเพลงแบบ Agentic Creative Partner เหมาะกับ: ครีเอเตอร์, นักดนตรี, แบรนด์ที่ทำคอนเทนต์เสียง ProducerAI ถูกอธิบายว่าเป็น agentic creative partner ที่ช่วยสร้างเพลง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเนื้อเพลง ปรับเมโลดี้ หรือคิดแนวเพลงใหม่ สำหรับผู้ประกอบการสายคอนเทนต์ เพลง โฆษณา หรือ Event เครื่องมือนี้สามารถใช้ช่วยคิดเสียงประกอบที่เข้ากับแบรนด์ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 10. MusicFX — สร้างเพลงจาก Prompt เหมาะกับ: คอนเทนต์วิดีโอ, Reels, TikTok, Event, Branding MusicFX เป็นเครื่องมือสร้างเพลงจากข้อความ โดย Google Labs มี Lab Sessions ที่เชื่อมกับ MusicFX หลายกรณี เช่น การทดลองกับนักแต่งเพลงและศิลปิน คนทำธุรกิจคนเดียวสามารถใช้ MusicFX ช่วยคิดเสียงประกอบคอนเทนต์เบื้องต้น เช่น เพลงแบ็กกราวนด์สำหรับวิดีโอสินค้า หรือบรรยากาศของแบรนด์ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 11. MusicFX DJ — สร้างเพลงแบบต่อเนื่อง เหมาะกับ: Event, Live Content, Café, Workshop, Brand Experience Google Labs Lab Sessions ระบุว่า MusicFX DJ เป็น generative music tool ที่ช่วยสร้าง continuous flow of music เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำเพลง ผู้ประกอบการที่ทำอีเวนต์ คาเฟ่ เวิร์กช็อป หรือคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ สามารถใช้แนวคิดนี้ในการวางบรรยากาศเสียงของแบรนด์ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 12. Music AI Sandbox — ทดลองเครื่องมือเพลงสำหรับ Songwriter เหมาะกับ: นักแต่งเพลง, ครีเอเตอร์, แบรนด์สาย Entertainment Music AI Sandbox ถูกพูดถึงใน Google Labs Lab Sessions ว่าเป็นชุดเครื่องมือทดลองสำหรับ songwriters และ musicians แม้จะเหมาะกับสายดนตรีโดยตรง แต่ผู้ประกอบการที่ต้องทำแบรนด์เสียง หรือทำธุรกิจสาย Entertainment ก็สามารถศึกษาแนวทางนี้เพื่อเข้าใจอนาคตของ Creative AI ได้ 13. ImageFX — สร้างภาพด้วย AI เหมาะกับ: ทำภาพโปรโมต, Moodboard, Product Concept, Social Media Google Labs Lab Sessions เชื่อม ImageFX กับงาน visual artists และการสร้างภาพด้วย Imagen นักศึกษาและผู้ประกอบการสามารถใช้เครื่องมือแนวนี้เพื่อสร้างภาพประกอบไอเดียสินค้า ภาพ Moodboard หรือภาพสำหรับคอนเทนต์ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 14. TextFX — ผู้ช่วยด้านภาษาและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เหมาะกับ: เขียน Copywriting, Naming, Tagline, Script, Content TextFX ถูกพูดถึงใน Lab Sessions กับ Lupe Fiasco ในการขยายกระบวนการเขียนเนื้อเพลงและงานภาษาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับธุรกิจ เครื่องมือแนวนี้เหมาะกับการตั้งชื่อแบรนด์ คิดคำโฆษณา เขียน Caption หรือสร้าง Hook สำหรับคอนเทนต์ ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง Prompt ช่วยคิด Tagline 20 แบบสำหรับแบรนด์ Workshop ที่ทำให้คนรู้สึกว่าเวลาว่างสามารถกลายเป็นประสบการณ์สนุกได้ 15. Learn Your Way — เปลี่ยนคอนเทนต์ให้เป็นประสบการณ์เรียนรู้เฉพาะตัว เหมาะกับ: นักศึกษา, ครู, วิทยากร, ผู้สร้างคอร์ส Learn Your Way เป็นเครื่องมือที่ Google Labs ระบุว่าสามารถเปลี่ยนคอนเทนต์ให้เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ dynamic และ tailored สำหรับผู้ใช้ สำหรับนักศึกษา ใช้ช่วยเรียนเรื่องยากให้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ประกอบการสายการศึกษา ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอร์สหรือ Learning Product ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 16. Vantage — ฝึกทักษะแห่งอนาคตด้วยทีมจำลองจาก GenAI เหมาะกับ: นักศึกษา, Startup Team, ผู้ประกอบการ, Mentor Vantage ช่วยพัฒนาและวัดทักษะอย่าง collaboration, creativity และ critical thinking ผ่าน GenAI-simulated teamwork สำหรับผู้ประกอบการ ทักษะเหล่านี้สำคัญมาก เพราะการทำธุรกิจไม่ได้ต้องการแค่ไอเดีย แต่ต้องใช้การคิดเป็นระบบ การแก้ปัญหา และการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด ใช้ทำอะไรได้บ้าง 17. AI Edge Eloquent — เปลี่ยนคำพูดดิบให้เป็นข้อความที่อ่านง่าย เหมาะกับ: สรุปสัมภาษณ์, Customer Discovery, Research Note, Content AI Edge Eloquent ช่วยเปลี่ยน raw messy speech ให้กลายเป็น well crafted text สำหรับคนทำธุรกิจ เครื่องมือนี้เหมาะมากกับการถอดบทสัมภาษณ์ลูกค้า เพราะเวลาคุยกับลูกค้า ข้อมูลมักกระจัดกระจาย AI สามารถช่วยเรียบเรียงให้อ่านง่ายและนำไปวิเคราะห์ต่อได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 18. Project Genie — สร้างและสำรวจโลกจำลองหลากหลายรูปแบบ เหมาะกับ: Game Concept, Simulation, Storytelling, Creative Prototype Project Genie เป็น experimental prototype ที่ให้ผู้ใช้สร้างและสำรวจโลกที่หลากหลายได้ สำหรับนักศึกษาและผู้ประกอบการสายเกม สื่อสร้างสรรค์ หรือ Immersive Experience เครื่องมือนี้เป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการคิด Prototype เชิงประสบการณ์ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 19. Disco / GenTabs — เปลี่ยนแท็บเว็บให้กลายเป็นแอปเฉพาะทาง เหมาะกับ: Research, Productivity, Web Workflow, Solo Founder Disco เป็นพื้นที่ทดสอบ AI features สำหรับเว็บ โดยฟีเจอร์แรกคือ GenTabs ที่ remix open tabs ให้กลายเป็น custom apps ด้วย Gemini 3 นี่คือแนวทางที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานคนเดียว เพราะแท็บที่เปิดไว้จำนวนมากสามารถกลายเป็นระบบทำงานเฉพาะกิจ เช่น Dashboard วิเคราะห์ข้อมูล หรือเครื่องมือสรุป Research ใช้ทำอะไรได้บ้าง 20. CC — AI Productivity Agent ใน Gmail เหมาะกับ: อีเมลธุรกิจ, Customer Support, Productivity, Founder CC เป็น experimental AI productivity agent ใน Gmail ที่ให้ personalized email briefing ทุกเช้า และสามารถส่งอีเมลหา CC เพื่อขอความช่วยเหลือได้ สำหรับผู้ประกอบการคนเดียว อีเมลเป็นงานที่กินเวลามาก ถ้ามี AI ช่วยสรุป ตอบ หรือจัดลำดับความสำคัญ จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจโฟกัสกับงานที่สร้างรายได้มากขึ้น ใช้ทำอะไรได้บ้าง 21. Doppl — ลองเสื้อผ้าและสไตล์ด้วย AI เหมาะกับ: แฟชั่น, Personal Branding, E-commerce, Content Creator Doppl เป็น experimental app จาก Google Labs สำหรับ discover, try on และ shop personalized looks ผู้ประกอบการสายแฟชั่น เสื้อผ้า Personal Branding หรือ E-commerce สามารถใช้แนวคิดของ Doppl เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างประสบการณ์ลูกค้า เช่น Virtual Try-on หรือ Personalized Styling ใช้ทำอะไรได้บ้าง 22. Google App for Windows — ค้นหาไฟล์ หน้าจอ และใช้ AI Mode ได้เร็วขึ้น เหมาะกับ: นักศึกษา, คนทำงาน, Founder, Researcher Google Labs ระบุว่า Google app for Windows ช่วยให้เข้าถึง Google ผ่าน keyboard shortcut เพื่อค้นหาสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ ค้นหาไฟล์ ใช้ AI Mode และอื่น ๆ สำหรับนักศึกษาและคนทำธุรกิจ เครื่องมือประเภทนี้ช่วยลดเวลาการค้นหาและเพิ่มความเร็วในการทำงานประจำวัน ใช้ทำอะไรได้บ้าง 23. Moving Scripts: Sanskrit Devanagari Edition — เรียนรู้ตัวอักษรผ่าน AI เหมาะกับ: นักออกแบบ, คนทำ Cultural Content, EdTech Moving Scripts: Sanskrit Devanagari Edition เป็นเครื่องมือที่ให้ผู้ใช้สำรวจตัวอักษร Sanskrit พร้อมสัญลักษณ์และความหมายเบื้องหลังเส้นแต่ละเส้นด้วย Google AI แม้จะดูเฉพาะทาง แต่เหมาะกับผู้ที่สนใจด้านวัฒนธรรม การออกแบบตัวอักษร หรือการสร้างสื่อการเรียนรู้แบบ Interactive 24. Talking Tours — ทัวร์สถานที่วัฒนธรรมด้วย AI Audio เหมาะกับ: ท่องเที่ยว, EdTech, Cultural Experience, Content Talking Tours เป็น AI audio experiment ที่พาเที่ยว cultural landmarks ใน Street View โดย Google Arts & Culture ผู้ประกอบการสายท่องเที่ยว การศึกษา หรือพิพิธภัณฑ์ สามารถใช้แนวคิดนี้ต่อยอดเป็น Audio Guide, Interactive Tour หรือคอนเทนต์สถานที่ได้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง 25. Talking Tours India — ทัวร์วัฒนธรรมอินเดียด้วย AI เหมาะกับ: Tourism Tech, Culture Startup, Learning Experience Talking Tours India เป็น AI
builds Mini Pitching ปลุกพลังไอเดียและโซลูชันสุดเจ๋ง! ก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้ประกอบการตัวจริงกับ builds CMU

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่ builds CMU เต็มไปด้วยพลังและความตื่นเต้นครับ! เพราะนี่คือวัน “builds Pitching” กิจกรรมครั้งสำคัญที่เป็นเหมือนสนามทดสอบความแกร่งของเหล่านักศึกษาและว่าที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่พร้อมจะเปลี่ยน “ความคิด” ให้กลายเป็น “ความจริง” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้เราจัดหนักจัดเต็มพร้อมกันถึง 2 กิจกรรมหลัก คือ builds IDEA และ builds SOLUTION ซึ่งถือเป็น Milestone สำคัญของโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อผลักดัน Startup ในระยะเริ่มต้น (Early Stage) ให้มีทิศทางที่ชัดเจนและมีทุนตั้งต้นในการขยับขยายธุรกิจ 2 เวที 2 เป้าหมาย – เพราะทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากก้าวที่ถูกต้อง การ Pitching ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ แต่คือการคัดเลือกทีมที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา (Pain Points) ของสังคมและอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับตามความพร้อมของทีม: 1. builds IDEA: ปั้นฝันให้มีรูปทรง สำหรับทีมในระดับ builds IDEA เป้าหมายคือการตกผลึกความคิดและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโมเดลธุรกิจเบื้องต้น ทีมที่ผ่านการคัดเลือกในระดับนี้จะได้รับเงินทุนสนับสนุน 5,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาตลาด ค้นหา Insight เพิ่มเติม หรือสร้างตัวอย่างผลงานต้นแบบ (Prototype) ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าไอเดียของคุณมี “ที่ว่าง” ในตลาดจริงๆ หรือไม่ 2. builds SOLUTION: ทดสอบจริง เจ็บจริง และเติบโตจริง ในส่วนของ builds SOLUTION นี่คือเวทีสำหรับทีมที่มี Product หรือ Solution ที่ชัดเจนแล้ว และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการ Test Your Idea With Customer โดยแต่ละทีมที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 35,000 บาท! เงินทุนจำนวนนี้ไม่ใช่แค่รางวัลครับ แต่มันคือ “เชื้อเพลิง” ที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อทำ User Testing และการเตรียมความพร้อมเพื่อออกสู่ตลาด (Go-to-Market) ในก้าวถัดไป เจาะลึกมุมมองจาก “กรรมการ” ผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้า ความพิเศษของงาน builds Pitching 2569 คือเราได้รับเกียรติจากคณะกรรมการ 3 ท่าน ที่นำเอาประสบการณ์จากโลกธุรกิจและเทคโนโลยีมาช่วยตบไอเดียของน้องๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ประกอบด้วย: คำแนะนำจากกรรมการทั้ง 3 ท่าน ไม่ได้มีแค่คำชม แต่คือการ “Challenge” ให้ทุกทีมกลับไปตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ธุรกิจของเราสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนได้จริงไหม?” ซึ่งนี่คือสิ่งที่ builds SPECIAL อย่างผมประทับใจมาก เพราะมันคือการสอนให้คนรุ่นใหม่คิดแบบเหตุและผล (Logical Thinking) และมองโลกตามความเป็นจริง ก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม: จาก Pitching สู่ การลุยธุรกิจอย่างจริงจัง ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับการคัดเลือกในรอบนี้ครับ! พวกคุณคือกลุ่มคนที่มีศักยภาพและมีความกล้าหาญในการเริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่วัยเรียน สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้: ทุกทีมที่ได้รับทุนสนับสนุนจะไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยวครับ เพราะที่ builds CMU เรามี Roadmap การพัฒนาที่เข้มข้นรออยู่: เงินทุน 5,000 และ 35,000 บาท คือ “โอกาสแรก” แต่ความสำเร็จที่ยั่งยืนจะเกิดจากความเพียรพยายามและการปรับตัว (Pivot) ตามเสียงสะท้อนของตลาดครับ บทสรุปจาก builds SPECIAL 🚀 ในฐานะที่ผมช่วยดูแลโปรเจกต์นี้ ผมเห็นความตั้งใจของน้องๆ ทุกคนผ่านแววตาและ Presentation ที่นำเสนอออกมา งาน builds Pitching ครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “เชียงใหม่และ มช. คือแหล่งบ่มเพาะ Startup ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่ง” ผมเชื่อมั่นว่าผลงานที่ผ่านการคัดเลือกในวันนี้ จะไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้ากระดาษหรือในห้อง Pitching เท่านั้น แต่จะเติบโตเป็นธุรกิจที่สร้างนวัตกรรม สร้างอาชีพ และสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต ขอเป็นกำลังใจให้ทุกทีมเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่ครับ “Start Business From Your Idea” และ “Test Your Idea With Customer” คือหัวใจสำคัญที่เราจะยึดถือร่วมกันต่อไป! หากใครที่พลาดโอกาสในรอบนี้ไป อย่าเพิ่งท้อนะครับ builds CMU ยังมีกิจกรรมดีๆ และพื้นที่สนับสนุนรอคุณอยู่เสมอ ติดตามเราไว้ให้ดีครับ! #buildsCMU #buildsSolution #buildsIDEA #CMU #Entrepreneurship #StartupThailand #ChiangMaiUniversity #Innovation
AI Skill Training เรียนฟรี มีใบ Cer : ชวนเรียนรู้สกิล AI ออนไลน์ฟรี โดยกระทรวง อว. พร้อมรับใบประกาศฯ ระดับสากล

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นความสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับคนไทย จึงได้เปิดตัวโครงการ AI Skill Training ศูนย์ฝึกอบรมทักษะ AI ที่มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของนักศึกษา ผู้ประกอบการ และบุคคลทั่วไป ซึ่งทาง builds CMU มองว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรพลาด 👉 สมัครเรียนได้ที่: https://cmu.to/AiSkillsTraining เรียน AI ฟรี ยกระดับทักษะด้วยมาตรฐานระดับโลก ความพิเศษของโครงการนี้คือการร่วมมือกับ Nottingham Trent University (UK) มหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศอังกฤษ เพื่อพัฒนาหลักสูตร “Practical AI Skills for Learning, Working, and Earning” โดยเน้นการสร้าง Workflow ให้ AI ทำงานแทนคุณได้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่การใช้งานพื้นฐาน แต่คือการประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการทำงานและธุรกิจของคุณจริงๆ ทำไมต้องเลือกเรียนหลักสูตรนี้? เนื้อหาครอบคลุม 5 มิติหลัก หลักสูตรออนไลน์นี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจตั้งแต่ AI Literacy (การเข้าใจระบบ), Prompt Engineering (การสั่งงานอย่างมีประสิทธิภาพ), จนถึง Ethical Awareness (จริยธรรมการใช้ AI) เพื่อให้คุณเป็นบุคลากรยุคดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบและมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน เริ่มต้น เรียน AI ฟรี ง่ายๆ ใน 4 ขั้นตอน เตรียมพบกับภาค Onsite เร็วๆ นี้! นอกเหนือจากหลักสูตรออนไลน์แล้ว โครงการ AI Skill Training โดยกระทรวง อว. ยังมีแผนจัด Workshop ภาคปฏิบัติ (Onsite) ตามเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อเจาะลึกการใช้ AI ในกลุ่มธุรกิจเฉพาะทาง เช่น การตลาด, การท่องเที่ยว และการบริหารจัดการระดับ CEO ใครที่สนใจเรียนรู้แบบใกล้ชิด รอติดตามข่าวสารได้จากหน้าเพจ builds ได้เลยครับ! อัปเกรดทักษะของคุณวันนี้ เพื่ออนาคตที่เหนือกว่า 👉 สมัครเรียนได้ที่: https://cmu.to/AiSkillsTraining อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาดูข่าวอัพเดทดี ๆ ในเว็บ builds บ่อย ๆ น้าา
builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่
builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่ พร้อมหรือยังที่จะเริ่มบทใหม่ในรั้วมช.? builds ชวนทุกคนมาเปิดโลกสตาร์ทอัพ ค้นหาแรงบันดาลใจ และเทิร์นไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง! พบกับรุ่นพี่ตัวตึงที่จะมาแชร์ประสบการณ์แบบหมดเปลือก พร้อมโซนกิจกรรมสุด Exclusive ที่คุณเลือกเองได้ 🔥 Highlight: Talk “ข้อดีของการเริ่มธุรกิจตอนเรียน” จาก แดน, พี่ธูป และ Robo Tech 💡 Consulting: ปรึกษาไอเดียธุรกิจแบบตัวต่อตัว 🎁 Free: รับของที่ระลึก Limited Edition จาก builds และลุ้นรางวัลใหญ่! 🗓 26 พ.ย. 68 | 13.00 – 16.00 น. | ที่ builds CMU (ลิงก์ลงทะเบียน) 📝 แบบที่ 2: รายละเอียดกิจกรรม (สำหรับ Caption หรือหน้าเว็บไซต์) Topic: builds A New Chapter – เส้นทางสตาร์ทอัพของคุณเริ่มต้นที่นี่ ใครที่มีของ อยากปล่อยของ หรือแค่อยากลองค้นหาตัวเอง ห้ามพลาด! builds เปิดบ้านต้อนรับนักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัย มาร่วมค้นหาคำตอบว่า “ทำธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาลัย ดียังไง?” พร้อมเจาะลึก Micro Module และทุนสนับสนุนที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน 📌 ไฮไลต์กิจกรรมที่คุณจะได้เจอ: 13.00 น. | Check-in & Get Ready: ลงทะเบียนรับของที่ระลึกสุดพิเศษ (สายคล้องคอ builds, โพสอิท, ปากกา) เดินชิลล์โซน builds Program 13.30 น. | The Grand Opening: เจาะลึกทุกโปรแกรมของ builds และแนวทางปั้นงานวิจัยสู่ธุรกิจ 14.00 น. | Light of Inspiration: Talk หัวข้อเด็ด “ข้อดีของการเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย” พบกับ Speaker: แดน, พี่ธูป และทีม Robo Tech 15.00 น. | Choose Your Path (เลือกโซนที่คุณสนใจ): 🚶 Inspiration Walk (Relax Zone): นั่งจับเข่าคุย รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ (กลุ่มย่อย 3-4 คน) 🛠 The Next Chapter (Idea Lab): มีไอเดียแล้ว? มา Set Milestone วางแผนธุรกิจกับ Staff builds แบบตัวต่อตัว 15.00 น. | Fun & Prizes: โซนเกมสำรวจไอเดีย, ตลาดนัดหลักสูตร หมุนวงล้อลุ้นรับรางวัลพิเศษก่อนกลับบ้าน! 🗓 วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 🕐 เวลา 13.00 – 16.00 น. 📍 สถานที่: builds CMU 📢 ลงทะเบียนด่วน (รับจำนวนจำกัด 100 คนเท่านั้น)
builds พาร่วมกิจกรรม Gallery Walk ของค่าย ExL – Experiential Learning CAMP 2025 จัดโดย InnoMind Lab CMU

ในฐานะ builds CMU ที่มีความมุ่งมั่นปั้นนักศึกษา มช. ให้เป็นผู้ประกอบการ เรามักจะพูดเสมอว่า “การเริ่มต้นธุรกิจที่ดี ไม่ได้เริ่มที่ สินค้า แต่เริ่มที่ ปัญหา” และเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการค้นหา “ปัญหาที่แท้จริง” และ “วิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุด” ก็คือ Design Thinking หรือ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ ครับ วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2568) เราได้ไปเห็นการใช้ Design Thinking ภาคปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมมากในงาน Gallery Walk ของค่าย ExL – Experiential Learning CAMP 2025 ที่จัดโดย InnoMind Lab CMU ณ ลานโรงอาหาร อมช. (กินในมช) เลยอยากมาถอดบทเรียนให้ชาว builds ได้อ่านกันครับ หัวใจ 5 ขั้นตอนของ Design Thinking Design Thinking ไม่ใช่แค่คำสวยๆ แต่เป็น “กระบวนการ 5 ขั้นตอน” ที่เน้นการเข้าใจผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered) เพื่อสร้างวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ส่องพลัง Design Thinking ในค่าย ExL Camp 2025 สิ่งที่ InnoMind Lab CMU ทำในค่าย ExL Camp คือการพานักศึกษา มช. “ทำ” ครบทั้ง 5 ขั้นตอน! ในงาน Gallery Walk เราได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งจาก 2 โจทย์ใหญ่: 1. โจทย์แก้ปัญหาผู้พิการ (กลุ่มหูหนวก): เราเห็นบอร์ดของ “กลุ่มที่ 2” ที่ผ่านการ Empathize และ Define มาอย่างดี จนค้นพบ Insight ว่า “นักเรียนอยากเรียนรู้ภาษามือและภาษาไทยไปพร้อมๆ กัน” พวกเขาจึง Ideate และ Prototype ออกมาเป็น “เกมกระดาน” เพื่อการเรียนรู้ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่แอปฯ เสมอไป 2. โจทย์บริการสาธารณสุข (รพ.สารภีบวร): เราเห็นแนวคิด “PT@HOME” ที่พยายามแก้ปัญหาผู้ป่วยกายภาพบำบัด นี่คือการ Prototype โซลูชันที่มาจากการ Empathize ผู้ป่วยที่อาจไม่สะดวกเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อย และนอกเหนือจาก 2 กลุ่มที่ได้ยกตัวอย่างไป ยังมีอีก 4 กลุ่ม ที่ใช้ Design Thinking ที่เรียนรู้จากค่าย ExL Camp 2025 นำมาแก้ไขปัญหาโดยการมีมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลางอีกด้วย builds CMU x Design Thinking: จาก “นวัตกร” สู่ “ผู้ประกอบการ” builds CMU ขอ “ชื่นชม” น้องๆ นักศึกษาทุกคนจากค่าย ExL Camp 2025 ที่แสดงพลังของ Design Thinking ออกมาได้อย่างสุดยอดครับ การได้เห็น Prototype ที่เกิดจากการ “Empathize” เข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง และ “Define” ตีโจทย์ออกมาได้คมชัด ทำให้เรามั่นใจในศักยภาพของนวัตกร มช. มากๆ biuilds ร่วมชื่นชม InnoMind Lab CMU ที่ช่วย “ปลูกฝัง” กระบวนการคิดที่สำคัญที่สุดนี้ให้กับน้องๆ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในระบบนิเวศผู้ประกอบการ (Ecosystem) ของมหาวิทยาลัยเราครับ นี่คือจุดเชื่อมต่อที่สำคัญครับ! เพราะเส้นทางผู้ประกอบการที่ builds CMU ก็ใช้หัวใจและเครื่องมือ Design Thinking เดียวกันนี้ในการ “สร้างธุรกิจ” Design Thinking คือกระบวนการที่คุณสามารถใช้ได้ “ตลอดชีวิต” น้อง ๆ คนไหนมี Prototype แล้วสนใจอยากต่อยอด หากน้องๆ คนไหน ที่ได้ “ไอเดีย” หรือ “Prototype” แล้วรู้สึกว่า “นี่แหละ! ฉันอยากทำมันต่อ” builds CMU คือพื้นที่ถัดไปสำหรับคุณครับ เราจะชวนคุณนำไอเดียนั้น มาใช้ Design Thinking ในภาคปฏิบัติที่เข้มข้นขึ้น: Design Thinking คือจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม และการ “ลงมือทำ” คือสิ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ขอบคุณ InnoMind Lab CMU ที่ช่วยกันสร้างนวัตกร และขอบคุณน้องๆ ที่แสดงให้เห็นว่าพลังของ Design Thinking นั้นเจ๋งแค่ไหน มาต่อยอดไอเดียของคุณให้เป็น “ธุรกิจจริง” ที่ builds CMU ครับ! #buildsCMU #DesignThinking #InnoMindLabCMU #ExLCamp2025 #TLICCMU #CMU #Entrepreneurship #Startup #Prototype #นวัตกรรม #ลูกช้างมช
รวม 3 กิจกรรม มช. “สายธุรกิจ” ที่ใครอยากเป็น ‘หัวแถว’ ต้องห้ามพลาด! (อัปเดตล่าสุด)

“หัวแถว” ไม่ได้สร้างในห้องเรียน! อยากเป็น “หัวแถว” แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? เปิดเทอมนี้ มาตั้งแถวใหม่กันกับ builds CMU! สำหรับนักศึกษา มช. ที่กำลังมองหา กิจกรรม มช. สุดเจ๋ง ที่จะเปลี่ยนไอเดียให้เป็นธุรกิจจริง ที่นี่คือคำตอบ builds CMU คืออะไร? builds CMU คือพื้นที่ทดลองสำหรับ “นักศึกษาที่อยากทำธุรกิจ” ตัวจริง! เราคือโปรแกรมที่จะช่วยคุณเริ่มคิดไอเดีย ได้ลองทำจริง และเติบโตแบบก้าวกระโดด ครบจบทุกขั้นตอนบนเส้นทางผู้ประกอบการ พร้อมโอกาสรับทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 100,000 บาท! builds CMU สนับสนุนนักศึกษาทุกคนที่อยาก “เริ่ม ลอง และลงมือทำของจริง” 1. builds IDEA: กิจกรรม มช. ที่เป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจ 🙋🏻♀️ Small guy, Big Idea! 💥 ถ้าคนตัวเล็กอย่างเรา ดันมีความฝันที่ใหญ่… builds IDEA คือจุดเริ่มต้นแรกที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ สร้างสรรค์ และทดลองคิดอย่างผู้ประกอบการ จากการวิเคราะห์ปัญหา (Pain Point) สู่การตั้งโจทย์แนวคิดทางธุรกิจ และต่อยอดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) ที่สามารถทดสอบตลาดได้จริง! ไม่ว่าจะเป็นไอเดียจากห้องเรียน, ความอินส่วนตัว, เรื่องที่สนใจ, ปัญหาต่างๆ ที่เจอแล้วอยากแก้ไข จนถึงงานวิจัยของมหาวิทยาลัย… builds IDEA คือพื้นที่ให้ทดลอง! 🌟 Highlight (IDEA) 💰 Pitching Idea พิสูจน์ไอเดียและความเป็นไปได้ของคุณ พร้อมรับสิทธิ์เงินทุนสนับสนุนสูงสุด 5,000 บาท เพื่อนำไปต่อยอดสู่การขายจริงใน Stage ถัดไป 🚀 2. builds SOLUTION: ธุรกิจของฉัน ปั้นไงดี? 🪀 มีของอยู่แล้ว…แต่ยังไม่รู้จะขายยังไง? คุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือเปล่า: builds SOLUTION คือขั้นตอนสำคัญที่จะพา Prototype หรือต้นแบบของคุณ ต่อยอดให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พร้อมออกสู่ตลาด” หากคุณคือนักศึกษา มช. ที่มีของอยู่ในมือและพร้อมจะพาไปสู่การสร้างโมเดลธุรกิจจริง นี่คือโครงการที่คุณไม่ควรพลาด! 🌟 Highlight (SOLUTION) 3. builds BUSINESS: ถึงเวลา “ตั้งบริษัทจริง ทำธุรกิจจริง” builds BUSINESS คือขั้นตอนสำคัญของเส้นทางผู้ประกอบการ ที่นักศึกษาจะได้ “จดทะเบียนบริษัทและดำเนินธุรกิจจริง” 🌟 Highlight (BUSINESS) เพราะเราไม่ได้แค่จบที่ “สร้างไอเดีย” แต่เราจะเป็น “ผู้ประกอบการรุ่นใหม่” ที่พร้อมเติบโตไปกับโลกธุรกิจจริง โอกาสมาถึงแล้ว! สมัครเลย ไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหน ในเส้นทางธุรกิจ builds พร้อมซัพพอร์ต เพื่อให้คุณได้ลงมือสร้าง “ธุรกิจจริง” ได้ (อย่าพลาด!) เจอกันครั้งแรก ในกิจกรรมชี้แจงรายละเอียดโครงการ มาฟังรายละเอียดเต็มๆ และถามคำถามที่สงสัยกันได้